
ลอยตัวแอลพีจีเดือนแรก กบง.ควักเงินกองทุนฯ 511 ล.อุดหนุน
ลอยตัวแอลพีจีเดือนแรก กบง.ควักเงินกองทุนฯ 511 ล.อุดหนุน
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เมื่อวันที่ 2 ส.ค.60 ที่มี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ได้พิจารณาโครงสร้างราคาขายปลีกก๊าซปิโตรเลียมเหลว(แอลพีจี)อ้างอิงสำหรับเดือนส.ค.นี้ ซึ่งเป็นเดือนแรกที่มีการประการราคาอ้างอิง หลังจากเปิดเสรีธุรกิจแอลพีจีเต็มรูปแบบ
โดยมีมติให้ปรับเพิ่มอัตราเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนของบัญชีแอลพีจี 2.6352 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมที่กองทุนน้ำมันฯ ชดเชยอยู่ที่ 0.1207 บาทต่อกิโลกรัม เป็นชดเชย 2.7559 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้ราคาอ้างอิงแอลพีจี เดือน ส.ค. อยู่ที่ 20.49 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาคงที่จากเดือนก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา
เนื่องจากราคาแอลพีจีตลาดโลก (CP) เดือนส.ค. นี้ ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือน ก.ค. 85 ดอลลาร์ต่อตัน มาอยู่ที่ระดับ 440 ดอลลาร์ต่อตัน และอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยเดือนก.ค. แข็งค่าขึ้นจากเดือนก่อน 0.2509 บาทต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่ 33.9146 บาทต่อดอลลาร์ ส่งผลให้ราคา ณ โรงกลั่นที่อ้างอิงราคานำเข้า (Import Parity) ซึ่งเป็นราคาซื้อตั้งต้นก๊าซแอลพีจีปรับเพิ่มขึ้น 2.6352 บาทต่อกิโลกรัม จาก 13.6229 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 16.2581 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้น หากรัฐไม่ปรับเพิ่มอัตราชดเชยจากกองทุนฯ จะส่งผลให้ราคาอ้างอิงแอลพีจีปรับสูงขึ้นได้
ทั้งนี้การปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนฯ ดังกล่าว ส่งผลให้กองทุนฯมีเงินไหลออกเดือนละ 511 ล้านบาท โดยฐานะสุทธิกองทุนฯ ณ วันที่ 3 ก.ค.2560 อยู่ที่ 39,403 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีแอลพีจี อยู่ที่ 6,367 ล้านบาท และบัญชีน้ำมันสำเร็จรูป อยู่ที่ 33,036 ล้านบาท



