
นายกฯน้อมนำกระแสรับสั่ง"ร.10"ห่วงปชช.น้ำท่วม
นายกฯลงพื้นที่น้ำท่วมสกลนคร แนะประชาชนเรียนรู้ธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลง น้อมนำกระแสรับสั่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "ร.10" ถึงประชาชนด้วยความห่วงใย
2 ส.ค.60 ในการลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯพร้อมคณะได้เดินทางไปยังครัวพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรและเยี่ยมศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยที่บริเวณองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้กำลังใจกับผู้ปฏิบัติงานซึ่งมีทั้งจิตอาสา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร แพทย์ พยาบาลรวมทั้งได้ให้กำลังใจกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นด้วยโดยนายกรัฐมนตรีกล่าวตอนหนึ่งว่า สิ่งที่อยากจะให้กำลังใจคือ เราต้องอยู่ต่อไปให้ได้ รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างให้เข้มแข็งและสมบูรณ์ขึ้น จะได้ไม่ต้องลำบากกันอีก เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดในพื้นที่นี้ถือเป็นภัยธรรมชาติ ฉะนั้นอยากให้ทุกคนให้กำลังใจต่อกัน โดยเฉพาะครอบครัวที่ได้รับความสูญเสียถึงชีวิตจากการเข้าช่วยเหลือชาวบ้านจนจมน้ำตาย ตรงนึ้ถือเป็นการทำกุศลอย่างยิ่งยวดก่อนเสียชีวิตแต่เรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น จึงอยากให้ระมัดระวัง และมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ตนเป็นกำลังใจเสมอ
อย่างไรก็ตามในส่วนของพื้นที่ที่น้ำยังไม่ลด และทราบว่า บางบ้านแจกข้าวไปยังหุงไม่ได้เพราะแก๊สไม่มี ไฟฟ้ายังไปไม่ถึงจึงขอฝากผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยดูแลในส่วนนี้ด้วย โดยบางพื้นที่อาจจะต้องมีครัวโดยเฉพาะในชุมชนหรือท้องถิ่น ซึ่งต้องแก้ปัญหาในเชิงปฏิบัติให้ได้
"ผมขอแสดงความห่วงใยในนามของนายกรัฐมนตรี คณะรัฐบาล การที่ผมไม่ได้มาในตอนแรก เพราะทราบดีว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน กำลังวุ่นวายกันอยู่และผมได้สั่งการติดตามอยู่ตลอด จากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ถือเป็นบทเรียนที่ให้รู้ว่าเราจะต้องอยู่กับธรรมชาติอย่างไร มันอาจจะไม่เกิดครั้งนี้ครั้งเดียว แม้เราไม่อยากให้เกิดอีก แต่มันก็อาจจะเกิดขึ้น เพราะโลก มันเปลี่ยนแปลง ดัวนั้นเราต้องพัฒนาตัวเองด้วย ต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่กับธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอย่างไร ในอนาคตโลกจะร้อนหรือน้ำจะน้อ เพราะฝนแล้งมันหรือน้ำจะมาก มีโอกาสที่จะเกิดได้ทั้งคู่ วันนี้ภัยธรรมชาติถือเป็นสิ่งอันตราย มากกว่าอย่างอื่นทั้งสิ้น
ฉะนั้นเราต้องไม่มีความขัดแย้งในช่วงนี้เพื่อที่จะช่วยรัฐบาลในการฟื้นฟูแก้ปัญหาทั้งหมด โดยตอนนี้เราอยู่ในขั้นการช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน หลังจากนี้จะเป็นเรื่องของมาตรการฟื้นฟู ต้องดูเรื่องบ้าน ถนนหนทางหลาย ๆ เรื่องที่เป็นปัญหาในเชิงสาธารณประโยชน์ เราต้องเตรียมความพร้อมอย่าไปคิดว่าเราอยู่มาจนอายุแก่ขนาดนี้แล้วเรื่องเหล่านี้จะไม่เกิด วันนี้จะคิดแบบนี้ไม่ได้ ต้องฟังคำเตือนคำชี้แจงจากภาครัฐ ผมขอเป็นกำลังโดยรัฐบาลได้นำ พระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใย พระราชทานให้รัฐบาลมาด้วย ก็ขอให้ระลึกถึงสถาบัน และช่วยรัฐบาลในการทำงาน ขอบคุณทุกคนขอให้มีกำลังใจที่ดีขึ้น ทุกอย่างจะผ่านพ้นได้ด้วยใจของเรา ด้วยจิตอาสา ด้วยความร่วมมือรับฟังซึ่งกันและกัน ทุกอย่างจะไปได้หมด ผมไม่มาหลอกลวงอะไรทั้งสิ้นแต่จะมาช่วยประชาชน"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
จากนั้น นายกฯได้ร่วมโครงการ บิ๊ก คลีนนิ่งเดย์ "ยอมบ้าน หลังเมือง"ที่บริเวณด้านหน้าวัดพระธาตุเชิงชุมโดยนายกรัฐมนตรีได้ให้กำลังใจกับกลุ่มจิตอาสาและให้กำลังใจกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยที่ผ่านมา พร้อมทั้งได้ร่วมฉีดน้ำและกวาดถนน ในโครงการบิ๊กคลีนนิ่งก่อนที่นายกฯจะเข้าไปกราบองค์พระธาตุเชิงชุมเพื่อเป็นศิริมงคล
ทั้งนี้นายกฯกล่าวว่าดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มของประชาชนหลังจากที่ทุกคนได้ผ่านเหตุการณ์ต้องกลับไทยที่ผ่านมาก็ขอให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันในการแก้ไขปัญหาทุก ๆ เรื่องแล้วทุกอย่างก็จะประสบผลสำเร็จ ทั้งนี้ตลอดสามปีที่ผ่านมาสิ่งที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะแก้ไขก็คือทำให้ทุกคนได้มีความรักความสามัคคีไม่เกิดความขัดแย้งจนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นายกฯกล่าวย้ำว่าเราจะต้องไม่เพิ่มความขัดแย้งและรัฐบาลชุดนี้ก็ไม่ได้เป็นหนึ่งในความขัดแย้งของใครเข้ามาเพื่อทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเท่านั้น
นายกฯพร้อมคณะลงเรือเยี่ยมประชาชนที่ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ชุมชนรอบหนองหารก่อนเดินทางไปยังจุดติดตั้งสะพานแบร์รี่เพื่อตรวจสอบสะพานภายหลังถูกน้ำกัดเซาะ จากนั้นจะเดินทางไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นเพื่อดูสภาพพื้นที่และการซ่อมแซม รวมถึงการแก้ไขปรับปรุงอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นที่ถูกน้ำกัดเซาะ พร้อมรับฟังคำอธิบายจากอธิบดีกรมชลประทาน



