
เกษตรทุ่ม 2.2 หมื่นล้านขับเคลื่อน 9101 !!!
"เกษตรฯ"เดินตามรอยเท้าพ่อขับเคลื่อนโครงการ 9101 ทุ่ม 2.2 หมื่นล้านพลิกโฉมเกษตรกรไทย
2 ส.ค.60 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 4 ก.ค.2560 เห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ "โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน" ชุมชนละ 2.5 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 22,800 ล้านบาท ประมาณการณ์ว่าจะมีเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยรับประโยชน์จากโครงการนี้ถึง 4 ล้านคน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของเกษตรกรไทยจะลืมตาอ้าปาก แต่ยังมีข้อวิตกกังวลเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณกว่า 2 หมื่นล้านบาท จะมีประสิทธิภาพถึงมือพี่น้องเกษตรกรได้ตามเป้าหมายหรือไม่
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า หากเจาะลึกลงไปจะพบว่า การพิจารณาอนุมัติแต่ละโครงการจะช่วยยังประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนให้กับเกษตรกรได้อย่างแท้จริง นั่นคือต้องมีลักษณะลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร ภายใต้ 8 กลุ่ม โครงการ ประกอบด้วย ด้านการผลิตพืช ด้านการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ด้านการจัดการศัตรูพืช ด้านฟาร์มชุมชน ด้านการผลิตอาหาร และการแปรรูปการผลิต ด้านปศุสัตว์(ขนาดเล็ก) และการประมง ที่สำคัญจะต้องเป็นการจ้างแรงงานในท้องถิ่นร้อยละ 50 โดยชุมชนจะคัดเลือก และรับรองกันเอง
"การปฏิรูปภาคการเกษตรกรไทยภายใต้แนวคิด ไทยแลนด์ 4.0 จะต้องนำนวัตกรรมแบบอัจฉริยะมาใช้ตั้งแต่การผลิต แปรรูป และการตลาด หมายถึงเราจะต้องดูแลพี่น้องเกษตรกรตั้งแต่การลดความเสียหายจากภัยพิบัติ เช่น ปัญหาท่วมท่วม ภัยแล้ง หรือแม้แต่การป้องกันความเสียหายจากการแพร่ระบาดของศัตรูพืชหนอนหรือแมลงต่างๆ เรียกว่าต้องดูแลกันตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำเลยทีเดียว"พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว
ปัญหาของเกษตรกรต้องได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงทีหลายเรื่องถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การแพร่ระบาดของศัตรูพืชและโรคระบาดในสัตว์เลี้ยง ซึ่งแต่ละปีเกิดความเสียหายเป็นเงินจำนวนมหาศาล จึงกำชับเจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เมื่อมีปัญหาต้องลงพื้นที่ทันที และตรวจสอบให้แน่ใจว่าสามารถป้องกันปัญหาต่างๆได้ ปีที่ผ่านมา มีหลายประเทศให้ความเชื่อมั่นนำเข้าเนื้อไก่สด และไข่ไก่จากประเทศไทยมากขึ้น โดยประเทศจีนได้ขอเข้ามาชมการผลิตของประเทศไทย และได้กล่าวชื่นชมกระบวนการผลิตของไทยที่มีมาตรฐานสูง อยากจะนำเข้าสินค้าเกษตรเป็นจำนวนมาก สำหรับปัญหาการค้ามนุษย์ในไทย ซึ่งอียูเข้ามาตรวจสอบ เจ้าหน้าที่กรมประมง กรมเจ้าท่า และ หน่วยอื่นๆ ได้ทำงานหนักมา กว่า 2 ปี เพื่อยกมาตรฐานการทำประมงให้ทัดเทียมกับต่างประเทศ การดูแลสัตว์น้ำให้มีปริมาณที่เหมาะสม และดูแลแรงงานประมงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งที่ผ่านมามีปัญหาหมักหมมมาอย่างยาวนาน รัฐบาลชุดนี้ได้ออกกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวเพื่อทำให้อุตสาหกรรมประมงไทยโดยเฉพาะชาวประมงเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ปัญหาที่ทำกิน ส.ป.ก. มีการดำเนินการพัฒนาพื้นที่ยึดคืน เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ พร้อมหน่วยทหารข่างเข้าไปเร่งพัฒนาพื้นที่ให้มีความพร้อม หน่วยอื่นๆ เช่น กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร และ อื่นๆ ลงพื้นที่เตรียมการเสริมสร้างอาชีพให้เกษตรกรมีความพร้อม
ขณะเดียวกันยังได้จัดทำกฎกระทรวงรองรับการอนุญาตใช้ที่ดิน ส.ป.ก. เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานก็ทำงานกันทั้งวันทั้งคืนให้เสร็จทัน 3 เดือน ซึ่งเป็นเรื่องในอดีตที่รัฐบาลนี้มาแก้ไข เพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ เรื่องนโยบายข้าว การติดตามข้าวที่ประมูลออกจากคลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ติดตามดูตลอดเวลา ไม่ให้ข้าววนกลับมาใช้บริโภคสำหรับคนอีก ทำให้ราคาข้าวดีขึ้น เจ้าหน้าที่ต้องทำงานหนักมาก พร้อมกับการวางรากฐาน คือ ข้าวแปลงใหญ่ ข้าวอินทรีย์ และ เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพที่ดี เจ้าหน้าทำแคมเปญส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าใจ
ที่ผ่านมามีเกษตรกรให้ความสนใจสมัครร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ซึ่งการรวมกลุ่มจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและทำให้ข้าวมีราคาที่ดีขึ้น ที่สำคัญ คือการตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรต่างๆ ในส่วนแปลงใหญ่ มาตรฐาน GAP การปฏิรูปโฉมหน้าเกษตรกรไทยยุคไทยแลนด์ 4.0 ภายใต้ “โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน” อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงการ 9101 มีความหมายคือ9 คือ รัชกาลที่ 9 และ10 หมายถึงรัชกาลที่ 10 คือในหลวงรัชกาลปัจจุบัน และ 1 คือ ปีที่ 1 ในรัชกาลปัจจุบัน



