ข่าว

3รมว.ภูมิใจไทยเรียกประชุทมร่วม3กระทรวง

3รมว.ภูมิใจไทยเรียกประชุทมร่วม3กระทรวง

18 ก.ย. 2552

รมว.ภูมิใจไทยเรียกประชุทมร่วม 3 กระทรวง“ มท.-พาณิชย์ – คมนาคม ” ด้าน “ ลุงจิ้น ” จี้ผู้บริหารรีบเบิกจ่ายงบให้หมด ส่วน “ เจ๊วา ” ให้ผู้ว่าฯ จับตาการขึ้นราคาสินค้า “ โส ซาเล้ง ” สั่งผู้ว่าฯ ดูโครงการถนนปลอดฝุ่น อย่าให้ใครนินทาว่าอะไรๆ ก็ลงแต่ “ บุรีรัมย์ ”

 (18ก.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย นาย บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ได้เป็นประธานการประชุมกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ ได้เชิญนาย โสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม นาย ประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รมช.คมนาคม นาย เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม และนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เพื่อร่วมมอบนโยบายให้กับผู้บริหารระดับสูงของทั้ง 3 กระทรวง และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผ่านทางระบบวีโอคอนเฟอร์เรนท์ ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ

 นายชวรัตน์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนรูปแบบจากการสั่งข้อราชการของกระทรวงมหาดไทยเพียงกระทรวงเดียว มาเป็นการบูรณาการข้อสั่งการ และแนวทางปฏิบัติราชการร่วมกับกระทรวงอื่น ซึ่งในครั้งแรกนี้ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงคมนาคม ขอร่วมประชุม เนื่องจากกระทรวง มหาดไทยมีเครือข่ายการทำงานจนถึงระดับรากหญ้า อีกทั้งในส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดถือว่าเป็นตัวแทนของรัฐบาล ที่ต้องรับเอานโยบายจากทั้งคณะรัฐมนตรี และกระทรวงต่าง ๆ นำไปสู่การปฏิบัติ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วาระสำคัญที่นายชวรัตน์ได้สั่งการไปยังผู้บริหารระดับสูงผ่านการประชุม อาทิ การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากเป็นช่วงเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณต้องเบิกจ่ายงบประมาณทั้งหมด ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 94 และเบิกจ่ายงบลงทุนได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 74 นอกจากนี้ ต้องตรวจสอบงบประมาณที่ยังมิได้เบิกจ่าย เพื่อขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง ในการกันเงินไว้ด้วย

 นอกจากนี้ นายชวรัตน์ ยังกล่าวถึงการจัดงาน “ โอทอป ช็อปช่วยชาติ OTOP Midyear 2009” ว่า จะมีการจัดงานโอทอป ซีตี้ ในช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนรากหญ้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งขณะนี้ ครม.ได้มีมติรับทราบ และเห็นชอบในหลักการแล้ว

 ด้านนางพรทิวา กล่าวว่า ขณะนี้เรามีการเชื่อมโยงการค้าภายในสู่ตลาดต่างประเทศ โดยมีกลยุทธผลักดันสินค้าเกษตร อาหาร ขยายตลาดใหม่ รักษาตลาดเดิม ส่งเสริมการส่งออกสินค้า โดยใช้หลักการ local to global เพื่อนำสินค้าไทยไปตลาดโลก ซึ่งขณะนี้สินค้าท้องถิ่นมีความพร้อมที่จะออกไปสู่ตลาดโลก เพราะสินค้าของเรามีคุณภาพ ขอให้ผู้ว่าฯดูแลเรื่องคุณภาพของสินค้า และสนับสนุนสินค้าที่มีคุณภาพสูงด้วย นอกจากนี้ อยากให้ผู้ว่าฯ ดูการเคลื่อนไหวของราคาสินค้า โดยทำงานคู่กับพาณิชย์จังหวัด เพราะเรื่องนี้กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างมาก หากมีการเคลื่อนไหวผิดปกติของราคาสินค้าไม่ว่าขึ้นหรือลงขอให้แจ้งมายังกระทรวงพาณิชย์ ก่อนที่สื่อมวลชนจะรู้ข่าวก็ยิ่งดี นอกจากนี้ เรื่องสินค้าตามแนวชายแดน ขอให้ผู้ว่าฯ จับตาดูเป็นพิเศษ เพราะขณะนี้การพัฒนาสินค้าชายแดนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะปี 2552 ซึ่งเติบโตกว่า 700 ล้านบาท โดยผู้ว่าฯ ต้องดำเนินการบูรณาการการค้ากับภาครัฐและเอกชน ขยายการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน

 ขณะที่นายโสภณ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม มีข้อสั่งการเร่งด่วน คือ โครงการถนนไร้ฝุ่น ที่มีระยะทางกว่า 3,000 กิโลเมตร ขอฝากไปยังผู้ว่าฯ ให้ดำเนินการโครงการดังกล่าวโดยเร็วเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และติดตามเร่งรัดหาผู้ว่าจ้าง ควบคุมมาตรฐานให้เป็นไปตามที่ต้องการ เพราะวันนี้สังคมกำลังตรวจสอบโครงการดังกล่าว ว่าจะสร้างถนนได้ไม่มีมาตรฐาน และกรมที่ถูกจับตามอง คือกรมทางหลวงชนบท ส่วนนโยบายในปีงบประมาณ 2553 คือโครงการสานต่อโครงการถนนไร้ฝุ่นให้ไร้ฝุ่นจริงๆ เพราะขณะนี้ถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( อปท.) รวมแล้วหนึ่ง 150 , 000 กิโลเมตรที่ยังเป็นถนนลูกรังอยู่ และอยากให้กระทรวงมหาดไทย จัดทำเวิร์คชอปเป็นกลุ่มจังหวัด โดยให้ผู้ว่าฯ นายอำเภอ และ อปท.ร่วมกันทำเป็นแผนแม่บทระดับชาติ เพื่อตรวจสอบว่าถนนสายไหนกรมใดเป็นผู้ดูแล จะได้ไม่มีคำครหาว่างบลงทุนมีแต่ จ.บุรีรัมย์ อย่างเดียว

 นายชวรัตน์ กล่าวภายหลังการประชุมร่วมสามกระทรวงอีกครั้งว่า ว่า ประโยชน์ในการประชุมสามกระทรวง คือ ประหยัดค่าใช้จ่าย และทำให้ทั้งสามกระทรวงรู้นโยบายซึ่งกันและกัน และจะเป็นการบูรณาการในการให้ข้อมูลข่าวสาร และเป็นการสั่งการโดยตรงจากเจ้ากระทรวง หากกระทรวงใดสนใจที่จะประชุมร่วมกับกระทรวงมหาดไทยเราก็ยินดี

 เมื่อถามว่าเป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้งด้วยใช่หรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ก็รวมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลือกตั้ง หริอการปฏิบัติงานและเรื่องนโยบาย แต่เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก เมื่อถามต่อว่า แนวคิดในการประชุมร่วมกันครั้งนี้ใครเป็นต้นคิด นายชวรัตน์ กล่าวว่า รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย ถ้าร่วมกันทำลายแยกกันดีกว่า