ข่าว

จับแก๊งเวียดนามลักลอบตัดไม้กฤษณา

จับแก๊งเวียดนามลักลอบตัดไม้กฤษณา

01 ส.ค. 2560

จนท.อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย จ.แพร่ สนธิกำลังทหาร ตำรวจ ศปทส.ภาค 5 จับขบวนการค้าตัดไม้กฤษณาข้ามชาติ


               1 ส.ค. 60  นายบทมากร ศรีสุวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย จ.แพร่ พร้อมด้วย พ.ต.ท.จิตภณ สมหมาย หัวหน้าชุด ศปทส.ภาค 5 เจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.32 ลำปาง ได้นำกำลังดักซุ่มบนถนนป่า เขตอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย ติดกับลำห้วยแม่ยอน เขตบ้านสันดอนแก้ว หมู่ที่ 1 ต.สันดอนแก้ว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

 

จับแก๊งเวียดนามลักลอบตัดไม้กฤษณา

 

               หลังจากการสืบทราบว่า มีกลุ่มชาวต่างชาติและคนไทยเข้าไปลักลอบตัดไม้กฤษณา บนเขาเขตอำเภอลอง จ.แพร่ - อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ผ่านไปสักพักเจ้าหน้าที่พบรถต้องสัยเป็นรถกระบะ โตโยต้า หมายเลขทะเบียน บพ 2521 ลำพูน ขับออกมาจากป่า มีคนนั่งท้ายกระบะจำนวน 5 คน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวปิดล้อมรถ ก่อนจะขอตรวจค้น

 

จับแก๊งเวียดนามลักลอบตัดไม้กฤษณา

 

               จากการตรวจค้นรถเจ้าหน้าที่พบไม้กฤษณาที่ถูกตัดแปรรูปเป็นท่อนๆ ใส่ถุงพลาสติกในกล่องกระดาษ จำนวน 6 กล่อง น้ำหนัก 151 กิโลกรัม จึงตรวจยึดและจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 6 คน เป็นคนไทย 1 คน (คนขับรถ) ทราบชื่อต่อมา นายเจี๊ยะ มรุพงศ์ อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 142/1 หมู่ที่ 18 บ้านแม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ชาวเขาเผ่าม้ง ส่วนคนนั่งกระบะท้ายจำนวน 5 คน เป็นชาวเวียดนาม ไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ จึงขยายผลสอบสวนทราบว่าทั้งหมดได้เช่าโรงแรมแห่งหนึ่งกลางเมืองลำปาง ก่อนช่วงกลางดึกจึงพากันเข้าไปในป่าเพื่อตัดไม้กฤษณา โดยมีชาวบ้านในพื้นที่เป็นคนนำทางเพื่อตัดต้นไม้กฤษณา ส่งขายให้กับนายทุนจากประเทศจีน ซึ่งหากมีการซื้อขายกันในประเทศไทย จะมีราคาประมาณ 70,000 บาท หากส่งขายต่างประเทศจะมีราคาถึง 2 แสนบาท

 

จับแก๊งเวียดนามลักลอบตัดไม้กฤษณา

 

               จากการสอบสวนนายเจี๊ยะสารภาพว่า ได้รับจ้างจากชาวเวียดนาม ให้ขับรถยนต์มาส่ง โดยได้ค่าจ้างวันละ 2,000 บาท และเคยไปลักลอบตัดไม้กฤษณาที่บนดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ มาแล้ว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปตรวจค้นที่ห้องพักโรงแรม เบื้องต้น ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงแจ้ง 3 ข้อกล่าวหา ตามพระราชบัญญัติ ป่าไม้ พ.ศ. 2548 คือ 1. มาตรา11 ฐานร่วมกันทำไม้หวงห้าม (กฤษณา) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ 2. มาตรา 29 , 71 ฐานร่วมกันเก็บหา หรือทำอันตรายแก่ของป่าหวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 3. ฐานร่วมกันค้า หรือมีไว้ครอบครองเพื่อการค้า ซึ่งของป่าหวงห้าม ปริมาณเกินที่รัฐมนตรีกำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป