
เปิด...“10 จังหวัด” น้ำท่วมวิกฤติ!!!
ปภ.รายงานสถานการณ์อุทกภัยและน้ำไหลหลาก จาก 43 จังหวัด คลี่คลายแล้ว 33 จังหวัด ระบุ “10 จังหวัด” น้ำท่วมวิกฤติ!!
เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2560 - นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม2560ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยและน้ำไหลหลากใน43 จังหวัด รวม 221 อำเภอ 938 ตำบล 5,366 หมู่บ้าน1ชุมชน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 33 จังหวัดยังคงมีสถานการณ์ 10 จังหวัด รวม 90 อำเภอ 497 ตำบล3,472 หมู่บ้าน แยกเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่7อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสกลนคร อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอพังโคน อำเภอเต่างอย อำเภอกุสุมาลย์ อำเภอพรรณานิคม และอำเภออากาศอำนวย รวม38ตำบล351หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,846ครัวเรือน 23,538คนผู้เสียชีวิต 4 ราย
ร้อยเอ็ด น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 18 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเสลภูมิ อำเภอจังหาร อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอโพนทราย อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภอทุ่งเขาหลวงอำเภอเมืองร้อยเอ็ด อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอเชียงขวัญ อำเภอศรีสมเด็จ อำเภอธวัชบุรี อำเภอจตุรพักตรพิมาน อำเภออาจสามารถ อำเภอพนมไพร อำเภอหนองพอก อำเภอเมืองสรวง อำเภอเมยวดี และอำเภอโพนทอง รวม 116ตำบล 847 หมู่บ้านประชาชนได้รับผลกระทบ 13,105ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย
นครพนม ฝนที่ตกหนักและมวลน้ำจากหนองหานจังหวัดสกลนครไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอนาแก อำเภอนาหว้า อำเภอวังยาง อำเภอเรณูนคร อำเภอศรีสงคราม และอำเภอโพนสวรรค์ รวม 21ตำบล61 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 360 ครัวเรือน
นครราชสีมา ยังคงมีน้ำท่วมขังใน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบัวใหญ่ อำเภอโนนแดง อำเภอด่านขุนทด และอำเภอประทายรวม 31 ตำบล 298 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 24,833ครัวเรือน
กาฬสินธุ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่15อำเภอ ได้แก่อำเภอนามนอำเภอท่าคันโท อำเภอนาคู อำเภอสมเด็จ อำเภอเขาวง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอห้วยผึ้ง อำเภอดอนจาน อำเภอยางตลาด อำเภอกมลาไสย อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอคำม่วง อำเภอร่องคำ อำเภอห้วยเม็ก และอำเภอฆ้องชัย รวม 70 ตำบล 493 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ920ครัวเรือนอพยพประชาชน 30 ครัวเรือน
ยโสธร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอป่าติ้ว อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอกุดชุม อำเภอไทยเจริญ อำเภอทรายมูล อำเภอค้อวัง อำเภอเลิงนกทา และอำเภอเมืองยโสธร รวม 42 ตำบล 281 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ11,993ครัวเรือน
มุกดาหาร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมุกดาหารอำเภอดงหลวง อำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอหว้านใหญ่ อำเภอหนองสูง อำเภอดอนตาล และอำเภอคำชะอี รวม 45 ตำบล 403 หมู่บ้าน ผู้เสียชีวิต 2 ราย
อำนาจเจริญ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร7อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ อำเภอหัวตะพาน อำเภอลืออำนาจ อำเภอพนา อำเภอปทุมราชวงศา อำเภอชานุมาน และอำเภอเสนางคนิคมรวม 52 ตำบล 370 หมู่บ้าน 11,137ครัวเรือนพื้นที่การเกษตรเสียหาย 52,359 ไร่
อุบลราชธานี น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ อำเภอน้ำยืน อำเภอบุณฑริก อำเภอน้ำขุ่น อำเภอเมืองอุบลราชธานี อำเภอม่วงสามสิบ อำเภอนาจะหลวย อำเภอเดชอุดม อำเภอสว่างวีระวงศ์ อำเภอกุดข้าวปุ้น และอำเภอดอนมดแดง รวม 13 ตำบล 76 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,943 ครัวเรือน
ภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่พระนครศรีอยุธยา ผลกระทบจากเขื่อนเจ้าพระยาทำให้น้ำท่วมในพื้นที่6อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางบาล อำเภอเสนา อำเภอบางปะอินอำเภอผักไห่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา และอำเภอบางไทร รวม68ตำบล297 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,019 ครัวเรือน28,985คน
ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด อีกทั้งจัดชุดเคลื่อนที่เร็วและจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักรกล ด้านสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที
สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป



