
ปธ.ชมรมสสร.50หนุนแนวทางนายกฯแก้รธน.
ปธ.ชมรมสสร.50หนุนแนวทางนายกฯแก้รธน. อุ้มรบ.แก้เสร็จไม่จำเป็นต้องยุบสภา
(18ก.ย.) นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานชมรมส.ส.ร.50 อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ และอดีตส.ส.ร.40 กล่าวถึงข้อเสนอ 2 แนวทางในการแก้รัฐธรรมนูญ ของนายกรัฐมนตรี คือให้ตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมาดำเนินการ โดยมีสัดส่วนมาจากฝ่ายต่างๆ หรือให้สมาชิกรัฐสภาร่วมกันเสนอร่างแก้ไขในกรอบ 6 ประเด็น ตามแนวทางคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ แต่มีเงื่อนไขต้องผ่านกระบวนการประชามติของประชาชน ว่า ไม่มีปัญหาหากจะให้รัฐสภาดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ปัญหาเดียวคือเมื่อยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว ต้องไม่มีประเด็นที่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของนักการเมือง และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนต่างๆ จะได้ไม่เกิดปัญหาการคัดค้านจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยอีก บ้านเมืองจะได้ไม่ปั่นป่วน ต้องให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการเปิดให้กลุ่มที่มีความขัดแย้งกันในสังคม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพันธมิตรฯ กลุ่มเสื้อแดง หรือกลุ่มอื่นเข้ามาร่วมด้วย เหมือนตอนตั้งอนุกรรมการในคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ
นายเสรีกล่าวต่อว่า เมื่อจะแก้รัฐธรรมนูญกันทั้งที ก็ควรพิจารณากันทั้งฉบับ ทั้งระบบการเมืองไปเลย และหาจุดร่วมในการแก้ไขให้เป็นเอกภาพ ส่วนข้อเสนอที่ให้มีอดีต ส.ส.ร.เข้าร่วมในสัดส่วนร้อยละ 25 นั้น ก็แล้วแต่ ให้ระบบรัฐสภาพิจารณากันเองว่าจะตัดสินใจกันอย่างไร ตนเห็นว่าหากวิปทั้ง 3 ฝ่าย รับข้อเสนอของนายกฯไปปฏิบัติ น่าจะเป็นแนวทางที่เดินหน้าไปได้ แต่ไม่อยากให้นำการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาผูกโยงกับอายุของรัฐบาล เพราะเมื่อรัฐบาลมีวาระอยู่ได้ 4 ปี ก็เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่จะอยู่ทำงานต่อไป หากมาตั้งหน้าตั้งตาคิดแต่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เร็วที่สุด โดยมีจุดประสงค์ต้องการให้รัฐบาลพ้นไป ในที่สุดจะไม่ได้อะไรสักอย่าง ทั้งรัฐธรรมนูญที่ต้องการ และรัฐบาลที่ดี ก็จะเกิดปัญหาการไม่ยอมรับกันและกัน ปัญหาต่างๆ ก็จะวนเวียนกลับมาเหมือนเดิม เกิดการขับไล่รัฐบาลที่ตนเองไม่ต้องการ ดังนั้นต้องแยกแยะประเด็น และตั้งหลักกันให้ดี



