ข่าว

ไฟเขียว921ล้าน  กองทุนหมู่บ้าน  เล็งช่วย‘น้ำท่วม’

ไฟเขียว921ล้าน กองทุนหมู่บ้าน เล็งช่วย‘น้ำท่วม’

01 ส.ค. 2560

ไฟเขียว921ล้าน กองทุนหมู่บ้าน เล็งช่วย‘น้ำท่วม’

                 นายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ที่มีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วานนี้(31ก.ค.)ว่า ที่ประชุมฯมีมติอนุมัติโครงการและงบประมาณโครงการเพิ่มศักยภาพหมู่บ้านและชุมชนเมืองเพื่อความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐให้กับกองทุนที่มีความพร้อมจำนวน 4,609 กองทุน 4,741 โครงการ รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้น 921.77 ล้านบาท จากวงเงินทั้งหมด 1.5 หมื่นล้านบาทที่รัฐบาลต้องการจะจัดสรรให้กับกองทุนหมู่บ้าน 79,000 กองทุนทั่วประเทศ กองทุนละไม่เกิน 200,000 บาท

              ทั้งนี้การอนุมัติโครงการพิจารณาให้กับกองทุนที่มีความพร้อมในการเสนอโครงการ และมีความคืบหน้าในการดำเนินโครงการประชารัฐในระยะที่ 1 ในวงเงินกองทุนละ 500,000 บาทแล้วเพื่อให้การอนุมัติวงเงินในครั้งนี้สามารถนำไปสานต่อโครงการเดิมในแต่ละกองทุนหมู่บ้านซึ่งจากการเสนอโครงการเข้ามาในเบื้องต้นพบว่ามีโครงการกว่า 80% ที่เป็นโครงการที่ทำต่อเนื่องจากปี 2559 ส่วนที่เหลือเป็นโครงการใหม่ที่เสนอเข้ามาขอใช้วงเงินเพื่อพัฒนาชุมชนหมู่บ้านแบ่งเป็นโครงการที่ต่อยอดจากโครงการที่ดำเนินการในปี 2559 จำนวน 3,005 โครงการ จาก 2,975 กองทุน และเป็นโครงการที่ขอดำเนินการใหม่ในปีนี้จำนวน 1,631 โครงการ จาก 1,582 กองทุน โดย 5 อันดับแรกเป็นโครงการเกี่ยวกับร้านค้าชุมชน วัสดุการเกษตร บริการชุมชน น้ำดื่มชุมชน และบริการน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้ยังมีกองทุนที่ขออนุมัติเปลี่ยนแปลงโครงการในปี 2559 จำนวน 444 กองทุน

              สำหรับโครงการที่เหลือกองทุนหมู่บ้านจะทยอยเสนอโครงการเข้ามาและคณะกรรมการกองทุนประชารัฐที่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน โดยจะประชุมเพื่อพิจารณาโครงการอีกกว่า 5,000 โครงการในวันที่ 4 ส.ค.นี้ และจะประชุมในสัปดาห์ถัดไปก่อนที่จะส่งเรื่องเข้าบอร์ดกองทุนหมู่บ้านเพื่อพิจารณาโครงการคาดว่าในการประชุมบอร์ดกองทุนหมู่บ้านในครั้งต่อไปจะมีการอนุมัติโครงการไม่ต่ำกว่า 10,000 กองทุนและคาดว่าจะสามารถพิจารณาโครงการทั้งหมดได้ภายในต้นเดือน ก.ย.นี้โดยกองทุนหมู่บ้านที่ได้รับอนุมัติโครงการจะได้รับเงินโอนจากสำนักงานกองทุนหมู่บ้านภายใน 1 สัปดาห์

               “คาดว่าในปี 2560จะมีกองทุนหมู่บ้านที่ได้รับการอนุมัติโครงการไม่ต่ำกว่า 90% ใกล้เคียงกับในปี 2559 ที่มีกองทุนหมู่บ้านได้รับการจัดสรรงบประมาณ 94% ซึ่งสัดส่วนการอนุมัติโครงการที่ลดลงส่วนหนึ่งเป็นเพราะกรรมการได้มีการหารือกันว่าควรจะอนุมัติงบประมาณให้กับกองทุนที่มีความเคลื่อนไหวในการใช้เงินกองทุนในส่วน 500,000 บาท ส่วนกองทุนฯที่อาจไม่ได้รับการอนุมัติหรือถูกชะลอออกไปก่อนเนื่องจากสาเหตุ 2 – 3 ประการ เช่น ไม่ได้นำเงินจากปีก่อนไปใช้ดำเนินโครงการใดๆ หรือการดำเนินโครงการมีการถูกร้องเรียน ฟ้องร้อง ก็อาจถูกชะลอการอนุมัติเงินออกไปก่อน”นายนทีกล่าว

               สำหรับการให้ความช่วยเหลือกองทุนหมู่บ้านและสมาชิกกองทุนหมู่บ้านในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือบางส่วน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกองทุนหมู่บ้านได้มอบหมายให้สทบ.เร่งรัดสำรวจความเสียหายและติดตามความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุดโดยในเบื้องต้นได้ประสานไปยังประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบให้แจ้งความเสียหายมายัง สทบ.รวมทั้งมีการตั้งวอร์รูมเพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและทันท่วงทีโดยในเบื้องต้นจะมีมาตรการช่วยเหลือต่างๆ เช่น การพักชำระหนี้ให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ ให้สินเชื่อพิเศษดอกเบี้ยต่ำ ปรับโครงสร้างหนี้ รวมทั้งขอความร่วมมือไปยังสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐได้แก่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสินเพื่อขอสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่กองทุนหมู่บ้านเพื่อนำไปปล่อยต่อให้กับสมาชิก

              นอกจากนั้นยังประสานไปยังร้านค้าประชารัฐ ซึ่งอยู่ในความดูแลของกระทรวงพาณิชย์ให้เตรียมจัดส่งสินค้าราคาถูกลงไปให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ส่วนการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาจัดสรรเงินให้การช่วยเหลือเร่งด่วนโดยใช้เงินบริจาคช่วยผู้ประสบภัยจากอุทกภัยภาคใต้ปี 2560 ที่มีวงเงินบริจาคเหลืออยู่ประมาณ 4 ล้านบาทมาให้การช่วยเหลือ ขณะเดียวกันจะมีการเปิดโอกาสให้กองทุนหมู่บ้านต่างๆมีการเสนอเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานกองทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์อุทกภัยโดยกองทุนหมู่บ้านใดที่เกิดความเสียหายในโครงการประชารัฐก็สามารถเสนอของบประมาณที่จะมีการอนุมัติในปีนี้เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการของชุมชนต่อไปได้