ข่าว

หนุ่มบิ๊กไบค์ เเจ้งความคู่กรณีข้อหาพยายามฆ่า

หนุ่มบิ๊กไบค์ เเจ้งความคู่กรณีข้อหาพยายามฆ่า

31 ก.ค. 2560

หนุ่มบิ๊กไบค์ โร่พบตร.วังทองหลาง เเจ้งความคู่กรณีข้อหา“พยายามฆ่า”พร้อมมอบคลิปวีดีโอเป็นหลักฐาน

             จากกรณีโลกโซเชียลเผยแพร่คลิป รถจยย.บิ๊กไบค์ ถูกรถเก๋งฮอนด้าซิตี้ ทะเบียน ฎย 9151 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนท้าย ก่อนขับหนีปาดไปมาบนถนนประดิษฐ์มนูธรรมขาเข้า กระทั่งผู้ขับขี่รถทั้งสองคนทะเลาะวิวาทก่อนที่คนขับรถเก๋งใช้มีดแทงหนุ่มขับบิ๊กไบค์จนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

              วันนี้(31ก.ค.) เวลา 10.00 น. นายวัลลภ กิจพาณิชย์ อายุ 33 ปี ผู้ขับขี่บิ๊กไบค์ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท silkspan ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยรถยนต์ เดินทางเข้าพบร.ต.อ.ศุภชัย หมื่นอักษร รองสว.(สอบสวน)สน.วังทองหลาง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาที่ฝั่งคู่กรณีแจ้งทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกาย และนำคลิปวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์ตอนเกิดเหตุมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแจ้งความกลับในข้อหาพยายามฆ่ากับฝั่งคู่กรณีด้วย

              นายวัลลภ เผยว่า วันนี้มาเพื่อนำคลิปวีดีโอมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแจ้งความกลับในข้อหาพยายามฆ่า โดยในวันเกิดเหตุขี่จยย.ออกมาจากบ้านย่านศูนย์ราชการ ก่อนวิ่งมาตามถ.รามอินทราและเลี้ยวขวาเข้าถนนประดิษฐ์มนูธรรม เพื่อไปทำงานที่ซอยสุขุมวิท 63 เมื่อมาถึงสะพานข้ามถ.ลาดพร้าว ก็มีรถฮอนด้าคู่กรณีอยู่เลนส์ขวา จึงได้ขับแซง จังหวะที่จะเปลี่ยนจากเกียร์ 1 ไปเกียร์ 2 ระบบรถเกิดเกียร์ไม่เข้าล็อคทำให้เพลาไม่ทำงานรถไม่วิ่งมีแต่เสียงเร่งเครื่องไม่ไป ลักษณะเหมือนเบิ้ลเครื่องหาเรื่อง แต่ยืนยันว่าไม่ได้เบิ้ลเพราะถ้าเบิ้ลเครื่องต้อง 2 ครั้ง และคงขับหนีไปแล้ว ไม่ให้รถเก๋งขับชนได้แน่นอน 

            กระทั่งขับไปเรื่อยๆ จนรถเก๋งคันดังกล่าวขับมาชนท้าย จึงได้เบี่ยงเข้าข้างทางเพื่อรอคุยกับคู่กรณี เนื่องจากยางหลังฉีกขาด แต่คู่กรณีไม่หยุดรถและขับต่อ จึงขับตามจนกระทั่งคนขับรถฮอนด้าดังกล่าวหยุดรถ ตนจึงลงไปเปิดเคาะกระจกเพื่อถาม แต่คู่กรณีเดินลงจากรถและใช้มีดแทงใส่ 1 ครั้ง ก่อนตนชกต่อยไปที่ใบหน้าเพื่อให้หยุด จนมีพลเมืองดีมาห้ามปรามและเอามีดจากคู่กรณีไป และรีบพาตนไปส่งโรงพยาบาลปิยะเวท โดยหมอวินิจฉัยว่าถูกแทงทำให้กระดูกซี่โครงซี่ที่ 5 หักทิ่มปอด

            นายวัลลภ เผยอีกว่า ขณะพักรักษาตัวคู่กรณีไม่ได้ติดต่อมาแต่อย่างใด มีเพียงเพื่อนของคู่กรณีเท่านั้นที่ติดต่อมาถามอาการ ส่วนค่ารักษาพยาบาลตนต้องเป็นคนออกเองทั้งหมด โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด พร้อมทั้งกล่าวว่า “ตอนแรกผมไม่เห็นว่าเขาพกมีด กระทั่งโดนไปทันทีที่เขาเปิดประตู ผมจึงเอามือผลัก และเกิดการชกต่อยขึ้น ผมยอมรับว่าต่อยเขาจริง และเมื่อหายใจพบว่าเสื้อเปียกเมื่อเปิดดูจึงรู้ว่าถูกแทง จากนั้นจึงรีบไปโรงพยาบาล โดยมีพลเมืองดีพาไปส่งที่ป้อมตำรวจและตำรวจรีบแจ้งรถกู้ชีพให้มาพาตัวไป ทั้งนี้ครอบครัวต่างคิดว่าผมต้องไปหาเรื่องเขาก่อน แต่ภาพก็ปรากฎตามคลิป สุดท้ายแล้วก็ต้องไปสู้คดีในชั้นศาล อยากให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินจากคลิปเหตุการณ์ดังกล่าว”