ข่าว

น้ำท่วมคลี่คลายแล้ว 23 จังหวัด

น้ำท่วมคลี่คลายแล้ว 23 จังหวัด

30 ก.ค. 2560

ปภ.รายงานสถานการณ์น้ำท่วม น้ำไหลหลาก 42 จังหวัด คลี่คลายแล้ว 23 จังหวัด ยังมีปัญหาน้ำท่วมอีก19 จังหวัด ยันมีเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศในพื้นที่เสียงใกล้ชิด


          30 ก.ค. 60 - นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ตั้งแต่วันที่  5 - 29 ก.ค. ที่ผ่านมา  ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยและน้ำไหลหลากใน 42 จังหวัด รวม 182 อำเภอ 775 ตำบล 4,064 หมู่บ้าน 1 ชุมชน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 23 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 19 จังหวัด รวม 113 อำเภอ 575 ตำบล 3,412 หมู่บ้าน แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  12 จังหวัด ได้แก่ จ.สกลนคร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสกลนคร อ.สว่างแดนดิน อ.พังโคน อ.เต่างอย อ.กุสุมาลย์  อ.พรรณานิคม และ อ.อากาศอำนวย รวม 38 ตำบล 351 หมู่บ้าน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง 

          จ.ร้อยเอ็ด น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 16 อำเภอ ได้แก่ อ.เสลภูมิ อ.จังหาร อ.โพธิ์ชัย อ.โพนทราย อ.สุวรรณภูมิ อ.ทุ่งเขาหลวง อ.เมืองร้อยเอ็ด อ.เกษตรวิสัย อ.เชียงขวัญ อ.ศรีสมเด็จ อ.ธวัชบุรี  อ.จตุรพักตรพิมาน อ.อาจสามารถ อ.พนมไพร อ.หนองพอก และอ.เมืองสรวง รวม 109 ตำบล 762 หมู่บ้าน

          จ.นครราชสีมา น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เทพารักษ์ อ.ชุมพวง อ.ประทาย  อ.สีดา  อ.บัวลาย อ.โนนแดง อ.บัวใหญ่ และ อ.แก้งสนามนาง รวม 41 ตำบล 2,350 หมู่บ้าน , จ.ขอนแก่น น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองขอนแก่น และ อ.บ้านไผ่ ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,343 ครัวเรือน , จ.มหาสารคาม น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 12 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองมหาสารคาม อ.พยัคฆภูมิพิสัย อ.กันทรวิชัย อ.นาเชือก อ.เชียงยืน อ.ชื่นชม อ.กุดรัง อ.บรบือ อ.นาดูน อ.วาปีปทุม อ.ยางสีสุราช และอ.โกสุมพิสัย รวม 93 ตำบล 367 หมู่บ้าน , จ.กาฬสินธุ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 15 อำเภอ ได้แก่ อ.นามน อ.ท่าคันโท อ.นาคู อ.สมเด็จ อ.เขาวง อ.เมืองกาฬสินธุ์  อ.ห้วยผึ้ง อ.ดอนจาน อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.กุฉินารายณ์ อ.คำม่วง อ.ร่องคำ อ.ห้วยเม็ก และ อ.ฆ้องชัย ประชาชนได้รับผลกระทบ 920 ครัวเรือน 

          จ.บุรีรัมย์ น้ำไหลหลาก เข้าท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.สตึก อ.พุทไธสง อ.แคนดง อ.นาโพธิ์ และอ.บ้านใหม่ไชยพจน์ รวม 19 ตำบล 76 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,895 ครัวเรือน มุกดาหาร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองมุกดาหาร และ อ.ดงหลวง รวม 14 ตำบล 18 หมู่บ้าน , จ.อุบลราชธานี น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.โขงเจียม อ.ศรีเมืองใหม่ อ.น้ำยืน อ.น้ำขุ่น อ.ตระการพืชผล และ อ.บุณฑริก รวม 8 ตำบล 11 หมู่บ้าน , จ.อำนาจเจริญ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองอำนาจเจริญ อ.หัวตะพาน อ.ลืออำนาจ อ.พนา อ.ปทุมราชวงศา อ.ชานุมาน และ อ.เสนางคนิคม รวม 52 ตำบล 344 หมู่บ้าน

          จ.ชัยภูมิ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอบำเหน็จณรงค์ ประชาชนได้รับผลกระทบ 50 ครัวเรือน , จ.อุดรธานี น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.บ้านดุง อ.ทุ่งฝน อ.น้ำโสม อ.ประจักษ์ อ.กู่แก้ว อ.ศรีธาตุ อ.พิบูลย์รักษ์ และอ.เมืองอุดรธานี รวม 8 ตำบล 86 หมู่บ้าน 

          ภาคเหนือ 1 จังหวัด ได้แก่ จ.อุตรดิตถ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วม อ.ทองแสงขัน ประชาชนได้รับผลกระทบ 182 ครัวเรือน ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ จ.สุโขทัย ปริมาณน้ำไหลผ่านประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก ทำให้กำแพงกั้นน้ำบริเวณวัดไทยชุมพลรั่ว จำนวน 5 จุด ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมเขตชุมชนเทศบาลเมืองสุโขทัย ปัจจุบันอุดรอยรั่วได้แล้วทั้ง 5 จุด ระดับน้ำในตลาดเทศบาลเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว จ.พิษณุโลก น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อ.ชาติตระการ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง พิจิตร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อ.ตะพานหิน อ.วังทรายพูน อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.สามง่าม อ.วชิรบารมี อ.ทับคล้อ อ.สากเหล็ก อ.ดงเจริญ และ อ.โพทะเล รวม 24 ตำบล 105 หมู่บ้าน

          จ.พระนครศรีอยุธยา ผลกระทบจากเขื่อนเจ้าพระยาทำให้น้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.บางบาล อ.เสนา อ.บางปะอิน อ.ผักไห่ อ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.บางไทร รวม 68 ตำบล 292 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,826 ครัวเรือน 28,985 คน , จ.เพชรบูรณ์ น้ำไหลหลาก เข้าท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.น้ำหนาว อ.หล่มเก่า และอ.หล่มสัก รวม 5 ตำบล 8 หมู่บ้าน  

          ภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ จ.ชุมพร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ท่าแซะ อ.เมืองชุมพร และอ.ปะทิว รวม 16 ตำบล 86 หมู่บ้าน 

          ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด อีกทั้งจัดชุดเคลื่อนที่เร็วและจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.