
"อภิสิทธิ์"ย้ำกม.มั่นคงไม่ได้มุ่งจำกัดสิทธิ์
นายกฯ"อภิสิทธิ์" ห่วงความรุนแรงพยายามหาทางไม่ให้เกิดเหตุปะทะ ใครทำอะไรต้องดูการกระทำ ใช้กม.ความมั่นคงไม่ได้ต้องการกำจัดสิทธิ ระบุแก้รธน.ไม่สามารถตอบโจทย์ใครได้ทั้งหมด แต่ขอให้กระบวนการประชามติ
(18ก.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) ว่า มีการกำหนดโครงสร้างต่างๆเรียบร้อยแล้ว พอมีเวลาก็ไปเยี่ยม นโยบายหลักๆจะเป็นเรื่องที่กอ.รมน. ได้รับบทบาทสำคัญที่จะต้องดูแล โดยเฉพาะเรื่องปัญหาภาคใต้ และเรื่องยาเสพติด และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่นัดหมายไว้นานแล้ว ส่วนเรื่องการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นก็มีการประชุมไปแล้วตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย.
เมื่อถามว่า เวลานี้กระเเสที่ออกมาสะท้อนภาพว่าอาจจะเกิดความรุนแรงในการชุมนุมวันที่ 19 ก.ย. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นความห่วงใย ที่ผ่านมาได้ย้ำเสมอว่าเวลาที่มีการชุมนุมใหญ่ ข้อกังวลมีความเสี่ยงแต่ได้กำชับให้ทุกฝ่ายต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ยึดแนวทางที่หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรงหรือการปะทะกัน เป็นความต้องการของคนไทยส่วนใหญ่ที่จะให้บ้านเมืองอยู่ในความสงบเรียบร้อย
เมื่อถามว่านายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เเกนนำคนเสื้อเเดงระบุว่า หากมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นคนเสื้อแดงไม่เกี่ยวข้อง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ ตนได้เน้นย้ำว่าเรื่องที่พูดไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมายความมั่นคง เป็นไปเพื่อที่จะให้เกิดความเรียบร้อย ไม่ได้เป็นการไปพยายามจำกัดสิทธิ์ ส่วนที่บอกว่ายังมีความพยายามที่จะไปปลุกปั่นยุยงยังมีอยู่นั้น ตนก็พยายามที่จะให้ข้อมูลอยู่ตลอดเวลา อย่างเช่นในการประชุมร่วมรัฐสภา รัฐบาลยืนยันชัดเจนถึงจุดยืนในการทำงานด้านการเมืองและข้อขัดข้องใจที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญปี 2550 ก็เสนอทางออกที่ชัดเจนเบื้องต้น ดูว่าทุกฝ่ายก็ยอมรับว่าน่าจะเป็นกระบวนการที่ดี
เมื่อถามว่าการแก้รัฐธรรมนูญไม่สามารถตอบโจทย์คนเสื้อแดงได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนคิดว่าคงไม่สามารถไปตอบโจทย์ทุกคนได้ แต่ก็เป็นสิ่งที่คนจำนวนมากเห็นว่าน่าจะต้องมีการแก้ไข ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นในเรื่องสัญลักษณ์ด้วยตรงนี้เป็นเรื่องที่ทำและทำเมื่อเป็นประโยชนต่อส่วนรวม
“อย่างที่ผมบอกมาตลอดว่า กลุ่มคนบางกลุ่มทำอะไรคงยาก เพราะอาจจะมีเป้าหมายเฉพาะ ซึ่งอาจจะไม่สามารถได้รับการตอบสนองได้” นายกรัฐมนตรี กล่าว
เมื่อถามว่าสิ่งที่รัฐบาลจะทำเช่นการตั้งส.ส.ร.3 นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้พูดเรื่องส.ส.ร. เมื่อคืน(17 ก.ย.) ก็มีการพูดกันชัดเจนแล้ว ว่าเมื่อตนกลับมาจากสหรัฐฯจะมาดูในเรื่องของการที่จะเดินหน้า และจะยกร่างโดยใคร เพียงแต่ขอหลักเอาไว้ว่าการเสนอร่างแก้ไขต้องเป็นเรืองที่ทุกพรรคเห็นพ้องต้องกัน โดยยึดเอา 6 ประเด็นของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ และที่สำคัญที่สุดคือ การแก้ไขใดๆที่จะมีผลบังคับได้ ขอให้ผ่านกระบวนการของประชามติ หรือการยอมรับจากประชาชน ส่วนเรื่องที่วิปรัฐบาลเสนอว่าจะมีการตั้งส.ส.ร. จาก 4 ฝ่าย จะเข้ามาเป็นองค์ประกอบนั้น นายกฯ กล่าวว่า ตรงนั้นก็เป็นทางเลือกหนึ่ง ที่จะได้คุยกันอีกรอบหนึ่ง



