ชงรัฐเก็บสำรองน้ำมันเพิ่ม30วัน
ชงรัฐเก็บสำรองน้ำมันเพิ่ม30วัน
นายคุรุจิต นาครทรรพ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน(สปท.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ สปท. ได้เข้าพบ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อรายงานข้อเสนอแนะการปฏิรูปด้านพลังงาน 17 เรื่องโดยได้เสนอผลการศึกษาการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงทางยุทธศาสตร์โดยภาครัฐ จำนวน30วัน จากปัจจุบันประเทศไทยมีสำรองน้ำมันตามกฎหมายโดยภาคเอกชน อยู่ที่25วัน (เป็นน้ำมันดิบ6%และน้ำมันสำเร็จรูป1%) ซึ่งจะทำให้สำรองน้ำมันของประเทศรวมอยู่ที่55วัน เพียงพอต่อการรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน
“หลายประเทศเช่น เกาหลี ญี่ปุ่น มีการเก็บสำรองน้ำมันฯอยู่ที่90วัน ซึ่งในส่วนของไทยได้ศึกษาความเหมาะสมทั้งระยะเวลาขนส่งน้ำมัน การจัดซื้อน้ำมันที่ปัจจุบันสามารถจัดหาได้หลายแหล่ง เช่น สหรัฐ จากเดิมแหล่งใหญ่อยู่ที่ตะวันออกกลาง จึงไม่จำเป็นต้องสำรองในปริมาณมากเหมือนกับประเทศอื่น” นายคุรุจิต กล่าว
สำหรับแผนการสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์30วัน ได้เสนอให้ภาครัฐทยอยเก็บสำรอง เป็น3ระยะ คือ ระยะที่1เก็บสำรอง7.5วัน ใช้งบประมาณเริ่มต้น2.2หมื่นล้านบาท ระยะที่2เก็บสำรอง7.5วัน เช่นกัน และระยะที่3เก็บสำรอง15วัน รวมงบประมาณทั้งหมด8หมื่นล้านบาท อ้างอิงจากราคาน้ำมันดิบอยู่ที่75ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยงบประมาณที่จะนำมาใช้ดำเนินการครั้งนี้จะมาจากงบประมาณ เงินกู้ หรือพันธบัตร แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับต่ำ จำเป็นที่ภาครัฐจะต้องเร่งดำเนินการเก็บสำรองหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่รัฐจะต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง ซึ่ง สปท.เพียงแค่นำเสนอผลการศึกษาเท่านั้น
นอกจากนี้ สปท. ยังเสนอเรื่องการส่งเสริมกิจการไฟฟ้าเสรีที่ใช้พลังงานทดแทนในระดับชุมชนและระดับครัวเรือน โดยให้ภาครัฐเปิดให้ชุมชนที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนใช้เองและมีการติดตั้งระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ(สมาร์ทกริด) สามารถซื้อขายไฟฟ้าแลกเปลี่ยนกันได้ เหมือนในต่างประเทศ เช่น เยอรมนี เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เป็นต้น โดยที่ภาครัฐจัดเก็บอัตราค่าบริการสายส่งและจำหน่าย(Wheeling Charges)เพื่อดูแลผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าหลักแทน จากปัจจุบัน ไม่เปิดให้มีการซื้อขายไฟฟ้าเพราะกังวลว่าจะเกิดปัญหากระแสไฟฟ้าไหลย้อนกลับ เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนจะเป็นส่วนสำคัญที่ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ และลดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในอนาคต



