ข่าว

โหมโรง "ช้างศึก" สู่เอเชี่ยนคัพ 2019

โหมโรง "ช้างศึก" สู่เอเชี่ยนคัพ 2019

29 ก.ค. 2560

มิโลวาน ราเยวัช เฮดโค้ช "ช้างศึก" เปิดใจกับ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย

 

   มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ได้ตั้งเป้าหมายที่ลดช่องว่างระหว่างทีมชั้นนำของอาเซียน กับ ทีมชั้นนำของทวีเอเชียให้ได้ ขณะที่เวลาของการแข่งขันฟุตบอลเอเชียน คัพ 2019 ก็ใกล้เข้ามาถึงทุกขณะ

 

"ช้างศึก" ได้กลับไปเล่นในฟุตบอลชิงแชมป์ระดับทวีปอีกครั้ง และเหลือเวลาอีกเพียง 18 เดือน ในการเตรียมตัว โดยนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ทีมได้เข้าร่วมการแข่งขันรายการใหญ่ที่สุดของทวีปนับตั้งแต่ปี 2007 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ และ ราเยวัช เองก็ตั้งเป้าหมายที่จะพาทัพช้างศึก ขับเคี่ยวแย่งชิงความเป็นจ้าวแห่งเอเชีย

 

"ตอนนี้เราไม่มีโอกาสที่จะไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายแล้ว" เฮดโค้ชที่เคยพากานา เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศของฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่แอฟริกา เมื่อปี 2010 กล่าว

 

"แต่เรายังเหลือแมตช์ที่ต้องทำการแข่งขัน และแน่นอนว่าตอนนี้เราเหลือเวลาอีกเพียง 18 เดือนในการเตรียมทีมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลเอเชียน คัพ ตอนนี้ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการสร้างทีมขึ้นมาใหม่ เพื่อท้าทายกับเป้าหมายในเอเชียน คัพ"

 

"แน่นอนเป้าหมายของผมคือการพยายามพาทีมชาติไทยให้เป็นทีมที่ดีที่สุดในเอเชียในอนาคต และก้าวไปอยู่ในระดับเดียวกับ ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ "

 

ฟุตบอลไทย ยกระดับขึ้นมาอย่างสูงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งการเข้ามาถึงรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก ครั้งนี้ และยังผ่านเข้ารอบสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ประเทศกาตาร์เมื่อปีก่อน

 

แต่ช่องว่างระหว่างทีมของราเยวัช กับทีมระดับชั้นนำยังคงห่างอยู่มาก เพราะทีมชาติไทย ยังไม่เคยไปรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก แต่กุนซือชาวเซิร์บเชื่อว่าทีมมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมเมื่อเดือนพฤษภาคม

 

"ตอนนี้เรายังมีเวลามากมาย และผมคงไม่รับงานคุมทีมชาติไทย ถ้าผมคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่มันเป็นงานที่ยากพอสมควร"

 

"เราต้องเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่าง เพื่อยกระดับขึ้นมาถึงจุดที่เราตั้งเป้าเอาไว้ ช่องว่างระหว่างเรากับทีมชาติชั้นนำไม่ใช่เล็กๆ หากดูจากการจัดอันดับ"

 

"แต่ถ้าเรามีวิธีการที่ดี ทำงานอย่างมืออาชีพ ทุกคนมุ่งมั่นและทุ่มเท เราสามารถทำได้ พวกเขาต้องเรียนรู้อะไรหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ผมเชื่อว่าพวกเขามีศักยภาพพอที่จะพัฒนาและก้าวขึ้นไปสู้กับทีมชั้นนำ ในเอเชียน คัพ ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในอีก 18 เดือนข้างหน้า"

 

ณ ตอนนี้ มิโลวาน ราเยวัช คุมทีมชาติไทยไปแล้วทั้งหมด 4 เกม ประกอบไปด้วยการพาทีมบุกไปพ่าย อุซเบกิสถาน ที่ทาชเคนต์ 0-2 ก่อนที่จะเสมอกับ สหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์ 1-1 ไปแบบน่าเก็บชัยชนะเป็นครั้งแรกในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก เมื่อเดือนมิถุนายน

 

ทีมของกุนซือชาวเซิร์บสามารถคว้าแชมป์คิงส์ คัพ มาครองได้สำเร็จในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นการเอาชนะ เกาหลีเหนือ 3-0 ในรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะดวลจุดโทษชนะเบลารุส จนคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ

 

"สิ่งดีๆ ที่ผมเห็นตอนนี้คือทุกคนมีความมุ่งมั่น มีความอยากที่จะประสบความสำเร็จ ทุกคนในประเทศไทย รักฟุตบอล แต่ในทางกลับกัน ผมเองก็มองเห็นถึงปัญหาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา"

 

"ถ้าคุณมองไปที่การแข่งขันฟุตบอลลีก รวมถึงทีมชาติ พวกเขาเสียประตูบ่อยมากโดยเฉพาะช่วง 20 นาทีสุดท้าย ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่านักเตะไทยยังฟิตไม่พอ หรือขาดสมาธิในช่วงท้ายเกม ดังนั้นเราต้องปรับปรุงสองอย่างนี้ทั้งสภาพร่างกายและสภาพจิตใจ เพื่อเอาชนะปัญหานี้ให้ได้ในอนาคต"