
31 ก.ค.ลุ้นก.ต.เคาะ"ปธ.ศาลอุทธรณ์"!!!
ลุ้นประชุมก.ต.ศาลยุติธรรม 31ก.ค.คาดลงมติตั้ง"ปธ.ศาลอุทธรณ์-6 รอง ปธ.ศาลฎีกา-9 ปธ.แผนกคดีในฎีกา" "ธนฤกษ์ นิติเศรณี"เจ้าของสำนวนจีทูจีอาวุโสจ่อเก้าอี้
27 ก.ค.60 วันนี้คณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อนุก.ต.) ได้ประชุมซึ่งมีวาระสำคัญในการพิจารณาบัญชีรายชื่อผู้พิพากษาที่เหมาะสมและสมควรเสนอดำรงตำแหน่ง ประธานศาลอุทธรณ์ 1 ตำแหน่ง , รองประธานศาลฎีกา 6 ตำแหน่ง และประธานแผนกคดีในศาลฎีกา 9 ตำแหน่ง และพิจารณาการสับเปลี่ยนตำแหน่งชั้น 4 ระดับผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาด้วย
โดยมีรายงานแจ้งว่า สำหรับตำแหน่ง "ประธานศาลอุทธรณ์" ที่ถือว่ามีอาวุโสรองจากประธานศาลฎีกานั้นซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นข่าวฮือฮาถึงการลาออกของอดีตประธานศาลอุทธรณ์คนก่อนนั้นตามบัญชีมีการเสนอชื่อ "นายธนฤกษ์ นิติเศรณี" ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 4 นั้นสมควรขึ้นดำรงตำแหน่งดังกล่าวตามอาวุโส โดยปัจจุบันนายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 1 ได้ผ่านมติการแต่งตั้งจะขึ้นดำรงตำแหน่งแล้ว ขณะที่นายชาติชาย อัครวิบูลย์ และนางพฤษภา พนมยันตร์ รองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 2 และ 3 จะพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 30 ก.ย.นี้เรื่องจากครบอายุเกษียณราชการ 65 ปี
สำหรับ"นายธนฤกษ์ นิติเศรณี"ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกาได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าของสำนวนคดีระบายข้าวจีทูจีที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์กับอดีตนักการเมือง-เอกชนรวม 28 รายตกเป็นจำเลยในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และยังร่วมเป็นองค์คณะคดีโครงการจำนำข้าวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีตกเป็นจำเลย และเป็นหนึ่งในองค์คณะคดีสลายม็อบ พธม.ปี 2551 ที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ น้องเขยนายทักษิณ ชินวัตร กับอดีตรองนายกฯ และ 2 อดีตนายตำรวจใหญ่ รวม 4 รายตกเป็นจำเลยด้วย
ส่วนตำแหน่งรองประธานศาลฎีกานั้น ก็มีการขยับตำแหน่งตามลำดับอาวุโสจากประธานแผนกคดีในศาลฎีกาขึ้นมา ซึ่งบัญชีมีการเสนอรายชื่อดังนี้ นางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา สมควรเป็นรองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 1 , นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา สมควรเป็นรองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 2 , นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา สมควรเป็นรองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 3 , นายโสภณ โรจน์อนนท์ ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา สมควรเป็นรองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 4 , นายวิชัย เอื้ออังคณากุล ประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกา สมควรเป็นรองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 5 และนายพรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา สมควรเป็นรองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 6
สำหรับผู้ถูกเสนอชื่อสมควรเป็นรองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 1-4 นั้น ปัจจุบันแต่ละคนก็ได้ร่วมเป็นองค์คณะผู้พิพากษา บางคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย ซึ่งมีคดีระบายข้าวจีทูจีที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับอดีตนักการเมือง-เอกชนรวม 28 รายตกเป็นจำเลยในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีโครงการจำนำข้าวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีตกเป็นจำเลย และคดีสลายม็อบ พธม.ปี 2551 ที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ น้องเขยนายทักษิณ ชินวัตร กับอดีตรองนายกฯและ2 อดีตนายตำรวจใหญ่ รวม 4 รายตกเป็นจำเลย
สำหรับตำแหน่ง"ประธานแผนกคดีในศาลฎีกา"ที่ถือว่ามีอาวุโสรองจากตำแหน่ง รองประธานศาลฎีกานั้น ก็มีการสับเปลี่ยนตำแหน่ง ที่เสนอบัญชีรายชื่อตามอาวุโสดังนี้ 1.นายพิศล พิรุณ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา
2.นายนิพนธ์ ใจสำราญ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา 3.นายสุนทร ทรงฤกษ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา 4.นายสู่บุญ วุฒิวงศ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา 5.นายสุรพันธุ์ ละอองมณี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าในศาลฎีกา6.นายทวี ประจวบลาภ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา
7.นายชัยยุทธ ศรีจำนงค์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา 8.นายธีระพงศ์ จิระภาค ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกา 9.น.ส.บุญมี ฐิตะศิริ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา
สำหรับนายพิศล พิรุณ ที่มีการเสนอสับเปลี่ยนตำแหน่งสมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา ปัจจุบันร่วมเป็นองค์คณะคดีจำนำข้าว , คดีระบายข้าวจีทูจี ,คดีสลายม็อบ พธม.ปี 2551
ส่วนนายนิพนธ์ ใจสำราญ ซึ่งบัญชีรายชื่อสมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกานั้น ปัจจุบันร่วมเป็นองค์คณะคดีสลายม็อบ พธม.ปี 2551 ขณะที่นายสุนทร ทรงฤกษ์ ซึ่งบัญชีเสนอสมควรเป็น ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกานั้น ปัจจุบันเป็นเจ้าของสำนวนคดีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ ตกเป็นจำเลยคดีอัยการสูงสุดฟ้องออกหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)ให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยมิชอบ (คดียังรอไต่สวนพยานเดือน ส.ค.นี้)
ส่วนนายทวี ประจวบลาภ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ที่บัญชีรายชื่อเสนอสมควรเป็น ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา นั้นอดีตก็เคยได้ดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาในช่วงปี 2554- ต.ค.56 ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวก็มีคดีชุมนุมการเมืองสำคัญที่ต้องรับมือในการพิจารณาคำร้องขอถอนประกันแกนนำ นปช.(เสื้อแดง) คดีร่วมก่อการร้ายด้วย
อย่างไรก็ดีการเสนอบัญชีดังกล่าว รวมทั้งการสับเปลี่ยนตำแหน่งระดับผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกานั้นจะต้องรอการประชุม ก.ต.ชุดใหญ่มีมติชี้ขาดอีกครั้ง ซึ่งมีรายงานว่า ก.ต.ชุดใหญ่ 15 คน กำหนดประชุมกันในวันจันทร์ที่ 31 ก.ค.นี้ ซึ่งหากที่ประชุม ก.ต.มีมติเห็นชอบ การแต่งตั้งดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.60 เป็นต้นไป



