ข่าว

อภิสิทธิ์เล็งหักตั้งปทีปรรท.ผบ.ตร.ยาวรักษาภาวะผู้นำ

อภิสิทธิ์เล็งหักตั้งปทีปรรท.ผบ.ตร.ยาวรักษาภาวะผู้นำ

18 ก.ย. 2552

“นายกฯ” ไม่ถอดใจเล็งเรียกประชุม ก.ต.ช.อีกรอบก่อน 30 ก.ย. หากไม่สมหวัง หักดิบตั้ง “ปทีป” นั่งรักษาการ ผบ.ตร.ยาว

เหตุผลของการเลื่อนประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เพื่อเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ยังเป็นที่คาใจของหลายฝ่าย จนเกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเป็นเพราะ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. เปลี่ยนใจไม่สนับสนุน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ ขึ้นเป็น ผบ.ตร. คนใหม่ตามความต้องการของนายกรัฐมนตรีจริงหรือไม่

 เมื่อเวลา 08.55 น. วันที่ 17 กันยายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงรัฐสภาเพื่อเข้าประชุมร่วม 2 สภาเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงสาเหตุที่ไม่สามารถโหวตเลือก ผบ.ตร.ในการประชุม ก.ต.ช. เมื่อวันที่ 16 กันยายนได้ เพราะ พล.ต.อ.ธานี เปลี่ยวขั้วไปเลือก พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร.ใช่หรือไม่ โดยนายกฯ กล่าวเพียงสั้นๆ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า "ไม่จริงครับ" จากนั้น ก็รีบเดินเข้าไปยังอาคารรัฐสภาทันที 

เฮือกสุดท้ายตั้ง ผบ.ตร.ก่อน 30 ก.ย.

 รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยว่า หลังการประชุม ก.ต.ช. ที่ไม่สามารถเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ แทน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ได้นั้น ขณะนี้ได้เกิดความขัดแย้งขึ้นภายในพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง โดย ส.ส.ในซีกของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ต้องการให้นายอภิสิทธิ์หาทางลงด้วยการเสนอชื่อ พล.ต.อ.จุมพล ขึ้นเป็น ผบ.ตร.แทน ตามข้อกล่าวอ้างเงื่อนไขพิเศษ และเพื่อเป็นการรักษาความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทย แต่ปรากฏว่า ส.ส.ในสายของนายชวน หลีกภัย และสายของนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ยังคงยืนยันสนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์เสนอชื่อ พล.ต.อ.ปทีป ขึ้นเป็น ผบ.ตร.ต่อไป หากไม่ยืนยันจุดเดิมจะทำให้นายอภิสิทธิ์เสียอำนาจในการบริหาร และเปิดช่องให้มีกลุ่มการเมืองออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านนายอภิสิทธิ์มากขึ้น

 รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่นายอภิสิทธิ์เดินทางกลับจากการประชุมร่วมสมัชชาสหประชาชาติ ที่สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 20-26 กันยายนนี้ นายกรัฐมนตรีเตรียมที่จะประสานเพื่อสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่ายอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ตรงกัน หากตกลงกันได้คาดว่าจะมีการประชุมเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ก่อนวันที่ 30 กันยายนนี้ แต่หากตกลงกันไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายได้ดูข้อกฎหมายกรณีที่ไม่สามารถแต่งตั้ง ผบ.ตร.ได้ภายในวันที่ 30 กันยายนนี้

นายกฯ หักตั้ง "ปทีป" รักษาการ

 ทั้งนี้ฝ่ายกฎหมายเห็นว่าเมื่อไม่สามารถเรียกประชุม ก.ต.ช.เพื่อเลือก ผบ.ตร.ได้ ในระหว่างที่ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รักษาการ ผบ.ตร.จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน ให้ถือเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ในการแต่งตั้งนายตำรวจระดับนายพล ขึ้นมารักษาการ ผบ.ตร.เพื่อปฏิบัติหน้าที่แทนไปก่อนโดยไม่มีกำหนด ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่นายกฯ จะแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ ขึ้นมารักษาราชการแทน ผบ.ตร.ไปก่อน เพื่อให้การทำงานของสำนักตำรวจแห่งชาติเดินหน้าต่อไปได้

 รายงานข่าวแจ้งว่า ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 หมวด 4 เรื่องการรักษาราชการแทนและการปฏิบัติราชการแทน ตามมาตรา 72 ในกรณีที่ตำแหน่งข้าราชการตำรวจในส่วนราชการหรือหน่วยงานใดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่างลง หรือผู้ดำรงตำแหน่งใดไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ ให้ผู้บังคับบัญชา คือนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งรักษาราชการแทนในตำแหน่งนั้นได้ ตั้งแต่จเรตำรวจแห่งชาติ รอง ผบ.ตร. หรือตำแหน่งเทียบเท่าลงมา ซึ่ง พล.ต.อ.ปทีปมีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์นี้ หากนายอภิสิทธิ์ไม่แต่งตั้งรักษาการ ผบ.ตร.ขึ้นมา ตามระเบียบ สตช.จะแต่งตั้งให้นายตำรวจระดับ รอง ผบ.ตร.ที่อาวุโสสูงสุดขึ้นมาแทน นั่นก็คือ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ นายตำรวจใกล้ชิด กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

"ภูมิใจไทย"แฮปปี้เลื่อนประชุมก.ต.ช.

 แหล่งข่าวระดับสูงจากพรรคภูมิใจไทยเปิดเผยว่า หลังการประชุม ก.ต.ช. เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์สายตรงถึงแกนนำพรรคภูมิใจไทย ขอให้ช่วยให้ข่าวการประชุม ก.ต.ช.เป็นไปอย่างราบรื่น โดยหาทางออกด้วยการซื้อเวลาเป็นทางออกที่ ก.ต.ช.ทุกคนแฮปปี้ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยก็เห็นด้วยว่าเป็นทางออกที่ดี เพื่อจะได้มีเวลาให้กรรมการแต่ละคนคิดอ่านกันอย่างเป็นเอกภาพ การเลื่อนประชุมจึงเป็นการคลายล็อกโดยไม่สนว่าคนที่จะได้เป็น ผบ.ตร.เป็นใคร เพราะที่เดาว่าเป็นคนไหนก็คือคนนั้นแน่นอนอยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้นายนิพนธ์ ไม่ต้องลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ ด้วย

 ขณะที่สาเหตุการเลื่อนประชุมอีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้อกฎหมายที่ยังเป็นสีเทาๆ อยู่ถึง 4-5 ประเด็นที่ยังโต้แย้งกัน เช่น กรณีที่ พล.ต.อ.ธวัชชัย ภัยลี้ ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิที่เลือกมาใหม่ แทน พล.ต.อ.สุเทพ ธรรมารักษ์ ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ขณะที่การเสนอชื่อ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็น ผบ.ตร.ที่เคยถูกปฏิเสธมาแล้วจะเสนอซ้ำอีกได้หรือไม่ และการให้นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เข้าประชุมจะลงมติโหวตเสียงแทนนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่ติดราชการต่างประเทศได้หรือไม่ เป็นต้น

 ดังนั้นจึงต้องไปหารือเรื่องเหล่านี้ให้มีความเห็นเป็นทางการที่ชัดเจนก่อน เพราะถึงให้มีการโหวตจริงในการประชุมเมื่อวันที่ 16 กันยายน ก็ไม่มีใครกล้าโหวตไม่ว่าฝั่งนายกฯ หรือฝั่งใคร ดังนั้นจึงต้องให้เวลากรรมการแต่ละคนไปฉีดยาบำรุงหัวใจก่อนเพื่อไม่ให้ต้องติดคุก ในมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ จากเรื่องความไม่ชัดเจนในปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสีเทาอยู่