ข่าว

โรงฝิ่นหลงยุค...2009

โรงฝิ่นหลงยุค...2009

18 ก.ย. 2552

นานกว่า 50 ปีแล้ว ที่ฝิ่นและการสูบฝิ่นหายไปจากสังคมไทย จากการกวาดล้างปราบปรามและรณรงค์ให้ผู้เสพได้ตระหนักถึงพิษภัย และอัตราโทษที่จะได้รับ ควบคู่ไปกับโครงการพัฒนาชาวเขาในรูปแบบต่างๆ ให้เลิกปลูกฝิ่นหันมาปลูกพืชผักทางการเกษตรแทน แต่แล้วจู่ๆ ฝ่ายปกครองอำเภอฝ

 ว่าที่ ร.ต.ชยันต์ อยู่สวัสดิ์ นายอำเภอฝาง ได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับบ้านเลขที่ 133 หมู่ 12 ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เจ้าของมีพฤติกรรมเก็บตัวจนผิดสังเกต แถมมีบุคคลแปลกหน้าเข้าออกอยู่ตลอดเวลา เมื่อตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกจึงพบว่าเจ้าของแอบค้าฝิ่น และตั้งโรงสูบฝิ่นย่อมๆ ขึ้นภายในอาณาบริเวณบ้าน จึงประสานกำลังทหารจากกองกำลังผาเมืองเข้าตรวจค้น

 8 โมงครึ่ง วันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา กำลังทหารและฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งจึงเข้าไปยังบ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้านชั้นเดียวบนเนื้อที่ประมาณไร่เศษ แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ จึงขยายวงตรวจสอบออกไปด้านหลังบ้านพบกระต๊อบไม้ 1 หลังเก่าซอมซ่อจึงเข้าไปตรวจดูก็พบชาย 2 คนกำลังนอนสูบฝิ่นควันโขมง เคลิบเคลิ้มเพลิดเพลินและเปี่ยมสุขอยู่บนเตียงไม้ ส่วนอีก 2 คนกำลังง่วนอยู่กับการต้มฝิ่น เจ้าหน้าที่จึงตรงเข้าจับกุมตัว ร.ต.ต.สง่า วงค์ลังกา นายตำรวจนอกราชการวัย 68 ปี เจ้าของบ้าน สุสันต์ ปันอ้าย อายุ 46 ปี ผู้ที่กำลังนอนสูบฝิ่นอย่างเพลิดเพลิน ส่วนอีก 2 คนที่เหลือ คือ ประพันธ์ พานพิศุทธิ์ อายุ 32 ปี และธรินทร์ ทวีอภิรดีประภา อายุ 33 ปี

 นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจยึดของกลางได้อีกหลายรายการ ได้แก่ ฝิ่นดิบ 2 ขวด ยาบ้า 146 เม็ด ปืนปากกาขนาด.38 พร้อมกระสุน 8 นัด ปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ ปืนลูกซองยาว กระสุนเบอร์ 12 อีก 8 นัด อุปกรณ์การเสพฝิ่น 13 ชุด โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง เงินสด 25,683 บาท และสมุดบัญชีเงินฝากของ ร.ต.ต.สง่า อีก 10 ฉบับ  

 "กระต๊อบไม้หลังบ้านถูกจัดให้เหมือนโรงสูบฝิ่น ภายในมีอุปกรณ์สูบฝิ่นครบครัน ตอนเข้าจับกุมผู้ถูกกล่าวหาอยู่ในอาการมึนเมายาเสพติด จากการตรวจสอบอุปกรณ์การสูบและอุปกรณ์ที่ใช้เคี่ยวฝิ่นพบว่า ทั้งหมดอยู่ในสภาพที่ใช้งานมาแล้วนานหลายปี" ว่าที่ ร.ต.ชยันต์ ระบุ

 ด้าน พ.ต.อ.สุวัฒน์ แก้วดวงโต ผกก.สภ.ฝาง บอกว่า หลังเกิดเหตุได้สอบถามกับผู้ใต้บังคับบัญชาที่อายุไล่ๆ กับ ร.ต.ต.สง่า ได้ความว่าเป็นคนชอบสูบฝิ่นหรือที่ชาวบ้านแถวนี้เรียกว่ากินฝิ่นมาก เสพติดต่อกันมาหลายปีแล้วโดยไม่มีใครรู้ หรือน้อยคนที่จะรู้ เพราะปัจจุบันคนสูบฝิ่นเหลือไม่มาก จำกัดแค่วงแคบๆ ในหมู่ผู้สูงอายุชาวจีนฮ่อหรือคนไทยบางคน สำหรับฝิ่นนั้นน่าจะได้มาจากชาวจีนฮ่อที่ติดต่อรู้จักกับ ร.ต.ต.สง่า ราคาขายเท่าที่ทราบขนาดเท่านิ้วก้อยอยู่ที่ 20 บาท และคนที่มาสูบเชื่อว่าจะเป็นลักษณะพรรคพวกเพื่อนฝูงคอเดียวกันเสียมากกว่า

 "คม ชัด ลึก" ได้พูดคุยกับข้าราชการตำรวจ สภ.ฝาง ทราบว่า ร.ต.ต.สง่า เป็นอดีตตำรวจฝางรับราชการจนเกษียณที่นี่ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้ดีว่าบ้านของเขาเป็นสถานที่สูบฝิ่น มีคนเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ตำรวจหลายคนก็มีความสนิทสนมคุ้นเคยดี ทั้งนี้ ร.ต.ต.สง่า ขึ้นชื่อว่าเป็นคนชอบฝิ่นมากและสูบติดต่อกันมานานหลายปีแล้ว กระทั่งมาถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ปกครองและทหาร

 "ฝิ่น" เป็นยาเสพติดชนิดแรกที่ถูกระบุในกฎหมายลักษณะโจร พ.ศ.1903 รัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงเห็นว่าการปราบปรามไม่สามารถขจัดปัญหาการสูบและขายฝิ่นได้ อีกทั้งก่อให้เกิดความยุ่งยากวุ่นวายขึ้น จึงเข้าควบคุมการค้าฝิ่นเสียเองด้วยการจัดตั้งกรมฝิ่นหลวง แต่ต่อมาก็ยังมีการลักลอบค้าฝิ่นอย่างผิดกฎหมายกันอย่างแพร่หลาย กระทั่งในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ประเทศไทยถูกชาวต่างชาติมองว่ามีความมัวหมองเรื่องการค้าฝิ่น

 จอมพลสฤษดิ์จึงให้สัญญากับสหประชาชาติไว้ว่า จะยกเลิกการค้าฝิ่นในประเทศไทยให้ได้ จึงออกประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 37 ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2501 ให้เลิกการเสพฝิ่นและจำหน่ายฝิ่นทั่วราชอาณาจักรไทยโดยเด็ดขาด ผู้ที่เสพฝิ่นสมัยก่อนส่วนใหญ่เป็นชาวจีนหรือคนไทยเชื้อสายจีน 2 กลุ่ม คือ กรรมกรและเจ้าสัว รัฐบาลในขณะนั้นจึงเปิดโอกาสให้ผู้ติดฝิ่นเข้ารับการบำบัดรักษาและเลิกฝิ่นให้ได้ภายใน 6 เดือน มีผู้ติดฝิ่นขอขึ้นทะเบียนเข้ารับการบำบัดทั้งสิ้น 70,985 ราย เป็นชาย 69,961 ราย และหญิง 1,024 ราย

 ฝิ่นเป็นสารประกอบชนิดหนึ่งได้จากยางของผลฝิ่น ซึ่งมีสารเคมีผสมอยู่มากมาย ออกฤทธิ์กดระบบประสาท ทำให้ผู้เสพจิตใจเลื่อนลอย ง่วง ซึม แก้วตาหรี่ พูดจาวกวน ความคิดเชื่องช้า ชีพจนเต้นช้า และไม่รู้สึกหิว ปัจจุบันจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522