
สัปดาห์วิกฤติ
สัปดาห์นี้ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี แก้ปัญหาเกี่ยวกับการแต่งตั้ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" (ผบ.ตร.) ไปได้หนึ่งเปาะ แต่ยังมีเรื่องใหญ่ให้ "นายกฯ อภิสิทธิ์" ต้องตัดสินใจในฐานะผู้นำอีกหนึ่งเรื่องคือ "การแก้ไขรัฐธรรมนูญ"
เพราะหลังจาก "นายกฯ อภิสิทธิ์" ได้ขอใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 179 ขอเปิดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ทำให้ฝ่ายค้านและคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายไปให้ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่างเห็นตรงกันว่าจากนี้ไป "นายกฯ อภิสิทธิ์" ต้องตัดสินเกี่ยวกับแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
โดยมีทางเลือกเพียง "เห็นด้วย" กับรายงานของ "คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ" หรือไม่เท่านั้น
"ชินวรณ์ บุณยเกียรติ" ประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายเห็นด้วยที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่จะแก้ไขประเด็นใดบ้างต้องมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง ซึ่งผลการหารือร่วมวิป 3 ฝ่ายเกี่ยวกับทิศทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญมี 2 แนวทาง คือ
- การแก้ไขตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่บัญญัติไว้ชัดเจนให้ ส.ส.และ ส.ว.และประชาชนที่เข้าชื่อ 5 หมื่นชื่อส ามารถดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้
- การตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมา 1 ชุด จำนวน 100 คน ประกอบด้วย ตัวแทนจาก ส.ส.ร.40 จำนวน 25 คน ตัวแทน ส.ส.ร.50 จำนวน 25 คน นักวิชาการอิสระ 25 คน และตัวแทน ส.ส.-ส.ว. 25 คน
โดยจะเสนอให้ "นายกฯ อภิสิทธิ์" เป็นผู้พิจารณาต่อไป
จึงดูเหมือนว่าเป็นการโยนภาระหนักให้ไปตกกับ "นายกฯ อภิสิทธิ์" !
ขณะที่ "ดิเรก ถึงฝั่ง" ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลับเห็นว่าหลังจากได้ฟังเพื่อนสมาชิก ส.ส.และ ส.ว.อภิปรายเกี่ยวกับรายงานของกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองฯ ประมาณ 70% เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ข้อ ตามรายงานของคณะกรรมการ
- ปรับปรุงที่มาของ ส.ส.
- ปรับปรุงที่มาของ ส.ว.
- เพิ่มเติมอำนาจในการกำหนดและทบทวนประเภทของหนังสือสัญญาที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภามาตรา 190
- ปรับปรุงบทลงโทษยุบพรรคการเมือง และการเพิกถอดสิทธิ์เลือกตั้งของหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคการเมือง มาตรา 237
- ปรับปรุง เรื่องการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ ส.ส. มาตรา 265
- ปรับปรุงเรื่องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนของ ส.ส. และ ส.ว. ผ่านทางส่วนราชการ และหน่วยงานต่างๆ มาตรา 266 (1)
"คณะกรรมการชุดนี้" เห็นว่าต้องแก้ไขเป็นการ "เร่งด่วน" เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสมานฉันท์
จึงไม่แปลกที่ "วิทยา บุรณศิริ" ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะมีท่าทีชัดเจนที่ไม่เห็นด้วยกับ 2 แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ "ชินวรณ์" เตรียมเสนอ "นายกฯ อภิสิทธิ์"
โดยมองว่าเป็นการ "ซื้อเวลา" ทั้งที่แนวคิดการขอใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 179 ขอเปิดประชุมร่วมรัฐสภา และตั้งกรรมการสมานฉันท์ฯ มาจากตัว “นายกฯ อภิสิทธิ์"
"ผมไม่รู้ว่านายกฯ อภิสิทธิ์ ความจำเลอะเลือนหรือแกล้งจำไม่ได้ ในเมื่อเปิดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อขอฟังความเห็นจากทั้งสองฝ่ายซึ่งเสียงส่วนใหญ่ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.เห็นว่าควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ก็ควรจะรีบดำเนินการ และหลังฟังการอภิปรายนายกฯ ควรมีคำตอบให้สภาถ้าตัดสินใจไม่ได้ นายกฯ อภิสิทธิ์ก็ไม่ควรอยู่ในตำแหน่ง" ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าว
สัปดาหนี้ถือเป็นสัปดาห์ที่ "นายกฯ อภิสิทธิ์" ต้องคิดหนัก เพราะมีแต่เรื่องใหญ่ๆ ให้ตัดสินใจ !
สมถวิล เทพสวัสดิ์



