
เซน
วันก่อนมีแฟนๆ ส่งคำถามผ่าน เอสเอ็มเอส อยากทราบเกี่ยวกับเรื่อง "เซน" จริงๆ แล้ว เรื่อง "เซน" นั้นเป็นเรื่องที่ใหญ่และลึกซึ้งมาก ดังนั้น ผมจึงขอเล่าให้ฟังอย่างย่อๆ พอเป็นพื้นฐาน
"เซน" เป็นนิกายหนึ่งของพุทธศาสนาสายมหายาน และเป็นการผสมผสานระหว่างหลักธรรมทางพุทธศาสนากับจริยธรรมแบบเต๋าและขงจื๊อ รวมทั้งจารีตและคตินิยมดั้งเดิมของญี่ปุ่นเอง ทำให้ "เซน" ซึมแทรกอยู่ในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่น เช่น พิธีชงชา การจัดดอกไม้แบบอิเคบานะ การยิงธนู จนถึงวิถีแห่งซามูไร
"เซน" ตั้งอยู่บนพื้นฐาน 5 ประการ อันได้แก่ 1) ไม่สามารถแสดงได้ด้วยคำพูด เพราะถือว่าพุทธธรรมอันสูงสุดแท้จริงคือธรรมชาติที่อยู่ในตัวเรา และที่สุดของธรรมชาติก็คือ "ความว่าง” แต่คำพูดเป็นสิ่งที่เราปรุงแต่งขึ้น จึงเป็นการธรรมชาติ ซึ่งเป็นหนทางไปสู่พุทธะอันสูงสุด 2) ไม่สามารถฝึกได้ เซน เห็นว่าการฝึกฝนก็คือการปรุงแต่ง และก่อให้เกิดการแบ่งแยกเป็นความรู้สึกของตัวตนภายใน กับความผูกพันกับสิ่งภายนอกที่ได้รับการฝึก เซน เชื่อว่าบุคคลควรปล่อยใจให้เป็นอิสระ ขจัดเครื่องปรุงแต่ง และเข้าถึงธรรมชาติอันแท้จริง ก็จะสามารถบรรลุธรรมได้ 3) ไม่มีอะไรใหม่ อย่างไรก็ตามแม้จะเข้าถึงพุทธธรรมอันสูงสุดแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าเราได้ค้นพบอะไรใหม่ แต่เป็นเพียงการรู้แจ้งในเรื่องบางเรื่องที่มีอยู่ในตัวของมันเองเท่านั้น แต่ที่เราไม่เคยรู้มาก่อนก็เป็นด้วยอวิชชาในตัวของเราต่างหาก 4) ไม่มีอะไรมากในพุทธศาสนา เซนถือว่าสิ่งสำคัญที่สุดเพียงประการเดียว คือการเป็นผู้รู้ผู้ตื่นด้วยประสบการณ์ในเรื่องนี้ของตนเอง
ดังนั้นหากยังติดยึดอยู่กับพิธีกรรมทางศาสนา ความเป็นพุทธศาสนิกชน หรือแม้กระทั่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอง ซึ่งเป็นสิ่งภายนอก ก็จะไม่บรรลุความรู้แจ้งภายใน และ 5) ไม่มีรูปแบบของการบรรลุธรรม โดยที่พุทธธรรมสูงสุดเป็นสิ่งสากล ไม่มีรูปลักษณ์ ไม่ต้องมีการฝึกฝน หรือคำอธิบาย ไม่ต้องมีการภาวนา หรือการบูชา ดังนั้น เมื่อปล่อยจิตให้ว่างและเข้าถึงธรรมชาติแล้ว แม้ขณะที่ประกอบภารกิจประจำวันหรือทำงานอะไรอยู่ก็ตาม เราก็สามารถเข้าถึงพุทธธรรมสูงสุดอันแท้จริงได้
กล่าวโดยสรุปก็คือ เซนเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีธรรมชาติแห่งพุทธะอยู่ในตัว ไม่จำกัดเพศ วัย ความรู้ หรือฐานะทางสังคม และคนเหล่านั้นมีโอกาสที่จะบรรลุสัจธรรมได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องอาศัย “ตัวช่วย” จากภายนอก ดังนั้นเซนจึงไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนรก-สวรรค์ บุญกุศล ชาติก่อนชาติหน้า แต่มุ่งทำตัวเองให้กระจ่างสว่างแจ้งในสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และการดำเนินตามวิถีแห่งเซนนั้นเป็นไปตามแนวทางที่ไม่จำเป็นต้องอธิบายด้วยเหตุและผลตามหลักของตรรกวิทยา เซนจะปฏิเสธการตัดสินคุณค่าด้วยความคิดรวบยอด โดยเฉพาะการแบ่งขั้ว เช่นถูก-ผิด ดี-เลว ชอบ-ชัง แต่จะสอนให้พิจารณาจากความเป็นจริง ไม่ใช่จากการปรุงแต่งข้อมูลหรือคำพูดภายนอก ดังนั้นการรู้จักตัวเอง และการเข้าใจในธรรมชาติ จึงเป็นอัตลักษณ์ที่สำคัญของเซน
อย่างไรก็ตาม ถ้าอยากจะรู้จักเซนให้มากกว่านี้ ผมขอแนะนำให้อ่านหนังสือเรื่อง “เซน” ของ อาจารย์ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และถ้าต้องการจะเข้าใจเซนให้มากยิ่งขึ้นก็ต้องอ่านธรรมวจนะของท่านอาจารย์พุทธทาส ครับ
ท้ายคอลัมน์ “วันเว้นวัน” วันนี้ ขอเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน 25 ปี “เวลาในขวดแก้ว” สำหรับวันเสาร์ที่ 19 และอาทิตย์ที่ 20 กันยายนนี้ ที่ ทีเค พาร์ค ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. โดยในวันที่ 19 กันยายน เสวนากันในหัวข้อ “หลากหลายความทรงจำกับ เวลาในขวดแก้ว” โดยเชิญ บก. “เวลาในขวดแก้ว” ฉบับพิมพ์ครั้งแรก และบก.ฉบับพิมพ์ครั้งล่าสุด (ครั้งที่ 34) มาร่วมพูดคุยพร้อมกับ คุณประยูร วงศ์ชื่น ผู้กำกับภาพยนตร์ คุณอมรศรี เย็นสำราญ ผู้กำกับละครโทรทัศน์ และ คุณจิรพรรณ อังศวานนท์ ผู้สร้างเพลงประกอบภาพยนตร์ “เวลาในขวดแก้ว” ดำเนินรายการโดย คุณปรารถนา รัตนะ
ส่วนวันที่ 20 กันยายน เสวนากันในหัวข้อ “วันเก่าเวลาใหม่ กับทรายใสในขวดสวย” นำการเสวนาโดยนักการทูตหนุ่ม พิธีกรรายการ และนักร้องดัง คุณวสุ แสงสิงแก้ว (จิ๊บ ร.ด.) ร่วมด้วยนักเขียนรุ่นใหม่ “เคลียร์ ไอซ์” “วรรณวรรธน์” “ไปรยา” และ “Black Back" ปิดรายการด้วยการชม “เวลาในขวดแก้ว” ภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมใน 4 สาขา รวมทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งชาติ ประจำปี 2534
ผมจะรอคุณๆ อยู่ที่งานนะครับ



