
แค่คิดก็ผิดแล้ว !
ดูเหมือนว่าการแต่งตั้ง ผบ.ตร.จะกลายเป็นหนามยอกอกนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปเสียแล้ว
จากเดิมที่ดูเหมือนไม่มีอะไร น่าจะผ่านไปได้ง่ายๆ มาบัดนี้เนื้อที่ว่ากลายเป็นกระดูกชิ้นโต กลืนไม่ง่ายอย่างที่หวัง
ไม่ต้องพูดถึงเสียงในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่แตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายนายกฯ มาร์คสนับสนุน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ ส่วนอีกฝ่ายยกให้ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร.
แทบจะเรียกได้ว่าไม่เคยมีการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ครั้งไหนที่คู่คี่สูสี มีคะแนนก้ำกึ่งกันเหมือนครั้งนี้มาก่อน
เมื่อผลออกมาเช่นนี้ นายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ก.ต.ช. เลยออกอาการเสียรังวัดซ้ำสอง
แทนที่จะหาทางออกให้สวยหรูและสมภาคภูมิ นายกฯ กลับเลือกที่จะเรียกประชุม ก.ต.ช.ครั้งที่สองในยามที่เกิดสุญญากาศใน ก.ต.ช. ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้แก่ตัวเอง
หนึ่งคือ กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม บินไปต่างประเทศ สองคือ พล.ต.อ.สุเทพ ธรรมรักษ์ ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการวางแผน ลาออก
เสียงของ ก.ต.ช.ทั้งสองย่อมมีความหมาย คนหนึ่งสวนโหวตเมื่อครั้งก่อน ส่วนอีกคนเปลี่ยนท่าทีมาให้การสนับสนุน พล.ต.อ.จุมพล
ดังนั้น ในที่ประชุม ก.ต.ช.เพื่อเลือก ผบ.ตร.วันที่ 16 กันยายนนี้ จึงเต็มไปด้วยตัวสำรอง ถามว่าทำได้ไหม คำตอบคือได้ แต่ไม่สง่างาม บ้างถึงกับพูดทำนองว่า แทงข้างหลัง
คนที่จะมาดำรงตำแหน่งนี้สมควรมีที่มาสง่าผ่าเผยและเต็มภาคภูมิ ยิ่ง ก.ต.ช.แต่ละท่านล้วนอาวุโสและมีคุณวุฒิ สมควรเรียกประชุมตอนที่ ก.ต.ช.อยู่พร้อมหน้าไม่ดีกว่าหรือ ?
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูในแวดวงสีกากีและคนรู้ทัน ด้านปลัดกิตติพงษ์เองก็คงรู้ตัว จึงตีตั๋วบินกลับทันที นายกรัฐมนตรีเลยเรียกประชุมเลือก ก.ต.ช.คนใหม่แทน พล.ต.อ.สุเทพ เพื่อเข้าร่วมประชุมวันรุ่งขึ้นตามกำหนดเดิม
ลบข้อครหาและเพิ่มความมั่นใจในเสียงสนับสนุน
แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เป็นที่พึงพอใจของฝ่ายไหน ทว่าเจตจำนงครั้งนี้ของนายกฯ ได้ถูกจดจารไว้แล้ว แม้จะเป็นเพียงแนวทาง ยังไม่ถึงกับได้ลงมือทำ แต่ผลก็แทบไม่ต่างอะไร
เหมือนคดีอาญาข้อหาจ้างวานฆ่า แค่คิดก็ผิดแล้ว !?!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



