
รัฐเติมเงินกองทุนหมู่บ้านเพิ่มขยายวงเงินเป็น2-6แสน
รัฐเทกระเป๋าหว่านเงินให้รากหญ้าเพิ่ม ขยายวงเงินเพิ่มทุนให้กองทุนหมู่บ้าน 2-6 แสนบาท รองรับการเพิ่มเพดานเวลาใช้คืนหนี้จาก 1 ปีเป็น 2 ปี ป้องกันกองทุนขาดสภาพคล่อง แจงได้เฉพาะหมู่บ้านที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว ชงเข้าครม.ใน 1-2 สัปดาห์นี้
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) มีมติอนุมัติเพิ่มวงเงินเพิ่มทุนให้กองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศในอัตรา 2 -6 แสนบาทต่อหมู่บ้านตามขนาดประชากรภายใต้ “โครงการเงินทุนเข้มแข็ง หมู่บ้านเข้มแข็ง” คาดว่าวงเงินที่จะใช้ในการเพิ่มทุนไม่น่าเกิน 2 หมื่นล้านบาท โดยจะมีการเสนอเรื่องให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทุกหมู่บ้านจะได้รับเงินเพิ่มทุนทั้งหมด แต่จะเพิ่มทุนให้เฉพาะหมู่บ้านที่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 6 หมื่นแห่ง
ก่อนหน้านี้ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เสนอให้รัฐบาลเพิ่มทุนให้แก่กองทุนหมู่บ้านในอัตรา 2-4 แสนบาท โดยเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้าน ที่มีขนาดสมาชิกตั้งแต่ 50-150 คนขึ้นไป จำนวน 2 แสนบาท และกองทุนหมู่บ้านที่มีขนาดสมาชิก 150 คนขึ้นไป จำนวน 4 แสนบาท คิดเป็นเงินเพิ่มทุนรวม 18,890.4 ล้านบาท
ทั้งนี้ การเพิ่มทุนใหม่จะแบ่งเป็น 1.หมู่บ้านที่มีประชากรตั้งแต่ 50-150 คน เพิ่มทุนในอัตรา 2 แสนบาท จำนวน 64,058 กองทุน 2.หมู่บ้านที่มีประชากรตั้งแต่ 151-350 คน เพิ่มทุนในอัตรา 4 แสนบาท จำนวน 11,853 กองทุน และ 3.หมู่บ้านที่มีประชากร 351 คนขึ้นไป เพิ่มทุนอัตรา 6 แสนบาท จำนวน 3,344 กองทุน
นายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสทบ.กล่าวว่า การกลั่นกรองหมู่บ้านที่จะได้รับเงินเพิ่มทุนนั้น จะมีคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดและอำเภอ รวมถึงเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านร่วมพิจารรณา ก่อนเสนอให้คณะกรรมการชุดใหญ่อนุมัติต่อไป ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่ต้องเพิ่มทุนให้กองทุนหมู่บ้าน เนื่องจาก กทบ.มีมติให้ขยายเพดานระยะเวลาสมาชิกที่กู้เงินจากกองทุน ต้องชำระเงินคืนภายใน 1 ปี เป็นไม่เกิน 2 ปี ทำให้กองทุนหมู่บ้านบางแห่งอาจขาดสภาพคล่องได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มทุนให้กองทุนหมู่บ้าน
"การเพิ่มเพดานเวลาการชำระคืนเงินกู้ดังกล่าวถือเป็นการขยายเพดานระยะเวลาเท่านั้น บางหมู่บ้านอาจไม่ปฏิบัติตามก็ได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการกองทุนประจำหมู่บ้านแต่ละแห่ง" นายนทีกล่าว



