ข่าว

ยืดขึ้นทะเบียนชาวนาเร่งให้เสร็จต.ค.นี้

ยืดขึ้นทะเบียนชาวนาเร่งให้เสร็จต.ค.นี้

17 ก.ย. 2552

ยืดเวลาขึ้นทะเบียนชาวนาร่วมโครงการประกันราคาข้าว มั่นใจเรียบร้อยภายใน ต.ค.นี้ พร้อมประกาศราคาอ้างอิงครั้งแรก ธ.ก.ส.รับห่วงทุจริตช่วงลงทะเบียน เริ่มมีแววแจ้งพื้นที่เกินจริง

นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ได้อนุมัติการขยายเวลาการลงทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพื่อเข้าสู่โครงการประกันรายได้เกษตรกรให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม จากเดิมที่กำหนดว่าต้องแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน เนื่องจากกรมส่งเสริมการเกษตรซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับลงทะเบียนเห็นว่าขณะนี้มีเกษตรกรลงทะเบียนไปเพียง 50% จึงจำเป็นต้องขยายเวลาออกไปเพื่อให้การลงทะเบียนเป็นไปอย่างครบถ้วนและถูกต้อง

 ส่วนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีเกษตรกรรวมกันประมาณ 8 แสนรายนั้น คาดว่าจะสามารถลงทะเบียนได้ภายในเดือนกันยายน และเข้าสู่กระบวนการทำสัญญาเข้าโครงการ โดยที่ผ่านมามีการประกาศราคาอ้างอิงแล้ว และมีการเปลี่ยนราคาทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน ส่วนของข้าวคงเริ่มประกาศราคาอ้างอิงครั้งแรกได้วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ซึ่งตามหลักการแล้วราคาจำนำกับราคาอ้างอิงจะต่างกันไม่เกิน 5%

 "ยอมรับว่ามีความเป็นห่วงเรื่องของการทุจริตในช่วงลงทะเบียน จึงจำเป็นที่ต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพราะเริ่มเห็นการทุจริตการแจ้งที่ดินเพาะปลูกเกินกว่าที่ผลิตจริงแล้วที่ จ.เพชรบูรณ์ ดังนั้นจึงจะต้องมีการสุ่มตรวจควบคู่ไปด้วย" นายเอ็นนู กล่าว

 ส่วนปัญหาการทุจริตการประกันราคานั้น ได้มีวิธีป้องกันโดยให้คณะตำบลและคณะอำเภอแต่ละจังหวัดเป็นผู้ตรวจสอบว่ามีการเพาะปลูกตามที่ได้มีการขึ้นทะเบียนหรือไม่ ซึ่งหากการตรวจสอบจากจังหวัดยังไม่ชัดเจน ธ.ก.ส.และกรมส่งเสริมการเกษตรจะทำหน้าที่ตรวจสอบโดยการดูแผนที่ทางอากาศต่อไป หากพบว่ามีความผิดปกติในพื้นที่นั้นๆ จะต้องมีการทำประชาคมใหม่อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้เกิดความถูกต้องมากที่สุด

 ขณะที่ผู้แทนจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ความเห็นว่า แม้จะเปลี่ยนจากการจำนำเป็นประกันราคา แต่ยังมีปัญหาตั้งแต่ระดับนโยบายและปฏิบัติทั้งด้านความพร้อมและความล่าช้าในการตัดสินใจ โดยเฉพาะการประกาศนโยบายและการเปิดจุดรับประกัน อีกทั้งการขยายเวลาลงทะเบียนไปถึงเดือนตุลาคมนั้น ได้ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการเปิดช่องให้มีการสวมสิทธิได้ และหากแนวทางการดำเนินงานยังเหมือนเดิม รวมทั้งการระบายข้าวก็น่าจะกลายเป็นปัญหาซ้ำรอยเดิม