ข่าว

เตรียมตร.55กองร้อยดูแลม็อบแดงเน้น4จุดสำคัญ

เตรียมตร.55กองร้อยดูแลม็อบแดงเน้น4จุดสำคัญ

17 ก.ย. 2552

ตำรวจเตรียมกำลัง 55 กองร้อยดูแลม็อบแดง เน้นอารักขา 4 จุดสำคัญ “ทำเนียบฯ-รัฐสภา-บ้านป๋าเปรม-ป.ป.ช.” "ชวรัตน์"เตรียมสั่งผู้ว่าฯเมืองย่าโมคุมเข้มบ้านไร้กังวลก่อนดีเดย์ 19 ก.ย. นิด้าออกแถลงการณ์ เรียกร้องชุมนุมอย่างสงบ-ทหารอย่าปฏิวัติ

 เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 17 ก.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม กอ.รมน. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ผบ.เหล่าทัพ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รักษาการ ผบ.ตร. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา บช.น. เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

             พล.ต.ท.วรพงษ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ว่า ในส่วนของตำรวจได้เตรียมกำลังหลักและสำรองไว้ 55 กองร้อย เพื่อดูแลการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันเสาร์ที่ 19 ก.ย.นี้ โดยใช้กำลังจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล 127 ตำรวจตระเวนชายแดน สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 ซึ่งจะเน้นดูแลตามจุดต่าง ๆ ที่สำคัญ แต่จะดูแลเข้มงวดในบริเวณทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา บ้านพักของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยตนจะเป็นผู้ดูแลในส่วนการปฏิบัติการของตำรวจเป็นหลัก


"ชวรัตน์"เตรียมสั่งผู้ว่าฯเมืองย่าโมคุมเข้มบ้านไร้กังวล

 เมื่อเวลา 16.15 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 กันยายนที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า และที่บ้านพักไร้กังวลของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษที่ จ.นครราชสีมา ว่า เรื่องนี้นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้รับทราบแล้ว ซึ่งนายวิชัย ศรีขวัญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย น่าจะสั่งการลงไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้แม่ทัพภาคที่ 3 ก็กำลังดูแลพื้นที่อยู่ด้วย ส่วนการชุมนุมจะมีแนวโน้มรุนแรงหรือไม่ ตนยังพูดยาก แต่ตามที่ฝ่ายทหารได้ประเมินคาดว่าจะมีการร่วมชุมนุม 30,000 ถึง 35,000 คน

 เมื่อถามว่า จะมีการประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงเพิ่มเติมนอกจากที่เขตดุสิตหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าทหารจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามก็รู้สึก เป็นห่วงสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้จะมีการสั่งการผู้ว่าฯทั่วประเทศอีกครั้งในการประชุมประจำเดือนของกระทรวงมหาดไทย ในวันพรุ่งนี้ ( 18 ก.ย.) ในเวลา 10.00 น.

นิด้าออกแถลงการณ์ เรียกร้องชุมนุมอย่างสงบ-ทหารอย่าปฏิวัติ
 
               วันนี้ (18 ก.ย.) ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เครือข่ายนิด้าพัฒนาสังคม นำโดยนายจักรินทร์ แก้วพิชัย นายดำรงศ์พันธ์ ใจห้าว แกนนำเครือข่ายฯ ได้ออกแถลงการณ์ “วิกฤตการเมือง วิกฤตสังคม วิกฤตประชาชน” โดยระบุว่า สังคมไทยในขณะนี้ยังประสบกับภาวะวิกฤตที่ร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤตความขัดแย้งของระบบย่อยในระบบการเมืองไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบสังคมไทยระบบอื่น ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กล่าวคือ เมื่อสถานการณ์ทางด้านการเมืองยังขาดเสถียรภาพ ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ที่กำลังระส่ำระสายอยู่ในขณะนี้ ระบบสาธารณสุข ระบบการศึกษา ศาสนา รวมถึงระบบที่เล็กที่สุดคือสถาบันครอบครัว ฉุดรั้งความเจริญก้าวหน้าของประทศ ฉุดรั้งความมีคุณภาพชีวิตที่ดี ความสุขสงบประชาชนคนไทยโดยรวม

 การชุมนุมทางด้านการเมืองของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปก.) ในวันที่ 19 กันยายนนี้ ถือเป็นสิทธิของประชาชนที่พึงกระทำได้ หากอยู่ในกรอบ ในสถานะที่ควรจะกระทำภายใต้กฎหมายของรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ถือเป็นพัฒนาการทางการเมืองภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ดี หากแต่ไม่แฝงเร้นด้วยเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ และ/หรือ นัยยะเพื่อแสวงหาอำนาจประโยชน์แก่ตนและพวกพ้องเพราะนั่นหมายถึงความเป็นความตายของประเทศ และ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

 ดังนั้นในนามของเครือข่ายนิด้าพัฒนาสังคม ซึ่งเป็นผู้ที่ศึกษาการพัฒนาการการเมืองและสังคมไทยตลอดมา จึงมีข้อเรียกร้องเป็น 2 ระยะ ดังนี้
ระยะเร่งด่วน

1.ให้มีการชุมนุมกันอย่างสงบ ปราศจากอาวุธ เคารพกฎหมายของบ้านเมือง

2.ให้แกนนำเครือข่าย นปช.ปกป้องดูแล ควบคุมมวลชนของตนเอง ไม่ยั่วยุ ส่งเสริมให้เกิดความรุนแรง หรือ เรียกร้องให้มีการปฏิวัติรัฐประหาร

3.ให้เจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ดูแลประชาชนอย่างเต็มความสามารถ รวมถึงดูแลไม่ให้มีมือที่ 3 สร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง ที่สำคัญไม่ใช้อาวุธ หรือ ความรุนแรงในควบคุม สลายการชุมนุม

4.ให้เจ้าหน้าที่ทหาร ผู้ซึ่งเป็นผู้ดูแลความสงบเรียบร้อยของประเทศ ตั้งมั่นในชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อธิปไตย ทำหน้าที่ในการเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ รักษาความเรียบร้อยไม่ออกมาทำการปฏิวัติรัฐประหารตามคำยั่วยุของกลุ่มคนบางกลุ่ม เพราะจะส่งผลเสียหายต่อประเทศอย่างรุนแรง

5.ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ทุกคนยุติการใช้คำพูดที่ส่อไปในทางสร้างความแตกแยกในสังคม
 
6.รัฐบาล ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการสร้างความปกติสุขให้เกิดขึ้นในสังคม ต้องเร่งนโยบายสมานฉันท์ สามัคคีให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมในทุกฝ่ายโดยเร็วที่สุด
 ระยะยาว

7. ต้องเน้นนโยบายที่ตอบสนองความต้องการและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างแท้จริง นักการเมืองและพรรคการเมืองต้องมีจริยธรรมและปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างสมบูรณ์และต่อเนื่อง

 8. ฟื้นฟูจริยธรรม และ คุณธรรมให้เกิดขึ้นในจิตใจทุกคน สร้างความรู้ สร้างคน เน้นมีความรู้คู่คุณธรรม เพื่อให้คนเป็นคนเก่งและดี โดยสถาบันสังคมทุกภาคส่วนต้องเข้ามาร่วมคิด ตัดสินใจ

 9. สื่อต้องเป็นเครื่องมือในการทำลายความเสื่อมและสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคม ชี้ให้เห็นความถูกผิด จริยธรรม คุณธรรมและกระตุ้นให้คนในสังคมมีสำนึกในสิ่งดีงาม ต่อต้านความเลวร้ายทุกรูปแบบ

10. สถาบันศาสนาต้องมีบทบาทมากขึ้นในการทำหน้าที่กล่อมเกลาให้ประชาชนยึดมั่นในหลักเหตุผล เป็นตัวอย่างที่ดีและเป็นหลักยึดมั่นของสังคม