ข่าว

“ทีพีไอพีพี”จ่อชิงโควตา โรงไฟฟ้าขยะทั่วปท.

“ทีพีไอพีพี”จ่อชิงโควตา โรงไฟฟ้าขยะทั่วปท.

25 ก.ค. 2560

“ทีพีไอพีพี”จ่อชิงโควตา โรงไฟฟ้าขยะทั่วปท.

 

นายวรวิทย์ เลิศบุษศราคาม รองผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายโรงงาน บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP เปิดเผยว่า พร้อมประมูลแข่งขันโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ เอสพีพี ไฮบริด เฟิร์ม จำนวน 300 เมกะวัตต์ แม้ว่าอัตรารับซื้อไฟฟ้าตามต้นทุนที่แท้จริง(ฟีดอินทารีฟ)หรือ FIT อยู่ที่ 3.66 บาทจะยังไม่จูงใจ แต่บริษัทมีศักยภาพผลิตไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ RDF(Refuse Derived Fuel) โดยจากการผลิตไฟฟ้าป้อนให้กับโรงงานปูนซีเมนต์ให้กับบริษัทแม่ ในอัตรา 3 บาทต่อหน่วย ยังมีผลตอบแทนการลงทุน(IRR)อยู่ที่ 15-16% ดังนั้น หากได้ FIT เพิ่มขึ้น 60 สตางค์ ก็ถือว่าสูงกว่าที่ขายให้กับบริษัทแม่

นอกจากนี้ ยังสนใจเข้าร่วมโครงการศึกษาความเหมาะสมการกำจัดมูลฝอยด้วยระบบเตาเผาขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ผลิตไฟฟ้าได้ 24 เมกะวัตต์ ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชและหนองแขม ที่กรุงเทพมหานครเปิดรับฟังความคิดเห็น รวมถึง โครงการรับซื้อไฟฟ้าขยะชุมชน สำหรับเอสพีพี เป็นสัญญาประเภท Non-firm โดยไม่ต้องประมูลตามโครงการรัฐ ในอัตราFIT อยู่ที่ 3.66 บาทต่อหน่วย ซึ่งบริษัทได้หารือร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)หลายแห่ง เพื่อเตรียมขยายการลงทุนไปยังจังหวัดใหญ่ เช่น ระยอง ชลบุรี สงขลา ภูเก็ต และนนทบุรี เป็นต้น

นายวรวิทย์ มองว่า การลงทุนโรงไฟฟ้าขยะ RDF ในประเทศยังมีศักยภาพเติบโต เพราะตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก(เออีดีพี 2015)กำหนดรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนอยู่ที่ 500 เมกะวัตต์ ปัจจุบันมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า(PPA)แล้วกว่า 400 เมกะวัตต์ แต่มียอดจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์(COD) เพียง 130 เมกะวัตต์

ปัจจุบัน บริษัทมีโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 3 โรง คือโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ RDF ขนาด 70 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุมัติการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(EIA)ผ่านในเดือนก.ค.นี้ และสามารถลงนาม PPA กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)รวมกับโรงไฟฟ้าความร้อนทิ้งอีก 30 เมกะวัตต์ ได้ในเดือนส.ค.นี้ เร็วกว่ากำหนดเดิมในเดือนก.ย.นี้

ส่วนอีก 2 โรง คือ โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงถ่านหิน ขนาด 150 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงถ่านหินและเชื้อเพลิงขยะ ขนาด 70 เมกะวัตต์ ซึ่งไตรมาส 4 ปีนี้ จะมียอด COD เพิ่มขึ้น 290 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีกำลังผลิตแล้ว 150 เมกะวัตต์ รวมกำลังผลิตสิ้นปีเป็น 440 เมกะวัตต์ และมีส่วนแบ่งการตลาด(มาร์เก็ตแชร์)จากการผลิตไฟฟ้าขยะอยู่ที่ 180 เมกะวัตต์ คิดเป็น 70% ของตลาดรวม และมีขนาดใหญ่สุดในอาเซียน จากปัจจุบันมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 53%