
“ผู้การโคราช” แจงรูปรับซองแค่เอกสารไม่ใช่ซองเงินสินบน
“ผู้การโคราช”แจงรูปรับซองแค่เอกสารไม่ใช่ซองเงินสินบน เตรียมรวบรวมหลักฐานแจ้งความกลับ
ความคืบหน้าคดีที่ นางสาวอัชฌา นาคธรณินทร์ อายุ 39 ปี พนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.บางเขน ให้ดำเนินคดีกับ พลตำรวจตรี สุภากร คำสิงห์นอก ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และพันตำรวจตรี วิชานนท์ บ่อพิมาย สารวัตรสืบสวน กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรนครราชสีมา ในข้อหาเรียกรับสินบนเกิน 3,000 บาท ตามประกาศของ ปปช. เรื่องหลักเกณฑ์การรับเงินรางวัล โดยอ้างว่าถูกเรียกรับเงินค่าทำคดีเป็นเงินจำนวน 500,000 บาท และได้จ่ายเงินไปให้ครบถ้วนแล้ว
โดยในเรื่องดังกล่าว พลตำรวจตรี สุภากร คำสิงห์นอก ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ชี้แจงว่า ไม่เคยเห็น และไม่เคยรู้จักกับนางสาวอัชฌามาก่อน คาดว่าสาเหตุที่นางสาวอัชฌาฯ แจ้งความดำเนินคดีเกิดจากการที่ นางสาวอัชฌา กำลังจะถูกตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 หรือแชร์ลูกโซ่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงได้รายหนึ่งซึ่งเกี่ยวพันกับตัวนางสาวอัชฌา โดยจากการสอบสวนขยายผลพบว่านางสาวอัชฌาฯ น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
พล.ต.ต.สุภากร กล่าวว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และคาดว่าจะสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ภายในสัปดาห์นี้ เชื่อว่าการที่นางสาวอัชฌา แจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจจึงเป็นการแจ้งความแก้เกี้ยว เพื่อลดความน่าเชื่อถือในการทำงานของตำรวจที่ทำคดีนี้ และก็เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีกลับนางสาวอัชฌาฯ ในเร็วๆ นี้ด้วยเช่นเดียวกัน
โดยเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (24 กรกฎาคม 2560) พลตำรวจตรี สุภากร คำสิงห์นอก ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยพันตำรวจเอก ณรงค์ เสวก ผู้กำกับการสืบสวนกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และพันตำรวจตรี วิชานนท์ บ่อพิมาย สารวัตรสืบสวน กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรนครราชสีมา ได้ร่วมกันแถลงชี้แจงถึงรูปภาพที่มีการเผยแพร่ในโลกโซเชียล เป็นรูปภาพที่พี่ชายของนางสาวอัชฌามอบซองให้กับตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา
โดยเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่า รูปภาพดังกล่าวเป็นรูปภาพที่พี่ชายของนางสาวอัชฌา นำหลักฐานข้อมูลทางคดีที่ฝ่ายนางสาวอัชฌา แจ้งความคดีฉ้อโกงกับ นางศิริประภา เกตุมัก อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นคนดูแลแม่ของนาวสาวอัชฌามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยได้นำเอกสารหลักฐานใส่ซองไปมอบให้ พร้อมทั้งมีการบันทึกภาพไว้ ซึ่งทุกอย่างดำเนินการในที่เปิดเผย และพยานอยู่ในเหตุการณ์หลายคน ยืนยันว่าภายในซองดังกล่าวเป็นเพียงเอกสารข้อมูลทางคดีเท่านั้น และขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อฟ้องดำเนินคดีกลับนางสาวอัชฌา ด้วยเช่นเดียวกัน
ขณะที่ทาง พันตำรวจตรี วิชานนท์ บ่อพิมาย สารวัตรสืบสวน กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรนครราชสีมา ได้ชี้แจงว่า คดีดังกล่าวเริ่มต้นจากการที่ตนทำคดีฉ้อโกงคดีหนึ่งที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นางศิริประภา เกตุมัก อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นคนดูแลแม่ของนางสาวอัชฌาในข้อหาฉ้อโกง และจากการสอบสวนขยายผลก็ทราบว่า คดีดังกล่าวน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวของนางสาวอัชฌา ซึ่งขณะนี้ผลการสอบสวนแล้วเสร็จไปประมาณ 95% โดยการที่นาวสาวอัชฌาแจ้งความตำรวจในข้อหารับสินบนค่าทำคดี น่าจะเป็นเพราะต้องการลดความน่าเชื่อถือการทำงานของตำรวจ ทั้งนี้คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะสามารถแจ้งความดำเนินคดีกับนางสาวอัชฌาในความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 หรือแชร์ลูกโซ่
พันตำรวจตรี วิชานนท์ กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้พนักงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เตรียมแจ้งดำเนินคดีกับนางสาวอัชฌา ในข้อหาทำผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 หรือแชร์ลูกโซ่ หลังจากได้สอบสวนขยายผลเรื่องดังกล่าวมาจากคดีก่อนหน้านี้ ซึ่งเชื่อว่าการที่นางสาวอัชฌาฯ แจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจในข้อหารับเงินสินบนทำคดี ก็เพราะต้องการลดความน่าเชื่อถือในการทำงานของตำรวจในคดีที่นางสาวอัชฌากำลังจะถูกดำเนินคดีดังกล่าว



