ข่าว

"รัฐฯ"ดัน"โครงการห้องเรียนอาชีพ"ให้เด็กจบมีงานทำที่บ้านเกิด

"รัฐฯ"ดัน"โครงการห้องเรียนอาชีพ"ให้เด็กจบมีงานทำที่บ้านเกิด

23 ก.ค. 2560

"โฆษกรัฐบาล"เผย"บิ๊กตู่"ดัน"โครงการห้องเรียนอาชีพ" ปรับรูปแบบการศึกษาในห้องเรียน สอนคู่ขนานสายสามัญ-อาชีวะ หวัง เด็กจบแล้วหางานทำที่บ้านเกิดได้เลย

         เมื่อวันที่23ก.ค.60 พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. มีนโยบายให้กระทรวงศึกษาธิการปรับรูปแบบการศึกษาในห้องเรียนให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาที่เรียนจบแล้วสามารถหางานทำในพื้นที่บ้านเกิดได้ โดยรัฐบาลได้จัดทำโครงการห้องเรียนอาชีพนำรายวิชาสายอาชีวศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนมาสอนคู่ขนานกับสายสามัญในห้องเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่นโรงเรียนเบตง วีระราษฎร์ประสาน อ.เบตง จ.ยะลา ตั้งอยู่ในเมืองสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่จะพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยวโดยจับมือกับวิทยาลัยการอาชีพเบตงเปิดสาขาการโรงแรมและคหกรรมขึ้นและโรงเรียนเวียงสุวรรณวิทยาคม จ.นราธิวาสร่วมกับวิทยาลัยการอาชีพสุไหงโกลก เปิดสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจและช่างเชื่อมโลหะเพื่อรองรับการลงทุนและการก่อสร้างที่กำลังขยายตัวในพื้นที่ เป็นต้น

       

          โดยเริ่มต้นในภาคการศึกษา 1/2560 เป็นภาคเรียนแรกเด็กที่จบการศึกษาจากห้องเรียนอาชีพจะได้วุฒิการศึกษา2ใบคือ มัธยมศึกษาตอนปลายและประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.)สามารถเลือกได้ว่าจะศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาหรือจะทำงาน นอกจากนี้ ยังมีการสอนพื้นฐานในการบริหารจัดการธุรกิจให้นักเรียนที่เรียนจบแล้วอาจเลือกเป็นผู้ประกอบการรายย่อยเองได้

        พลโทสรรเสริญ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้เปิดห้องเรียนอาชีพ 6 โรงเรียน มีนักเรียนแล้วรวม 310 คน ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษ ได้แก่3โรงเรียนในพื้นที่โครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน คือ โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฎ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี โรงเรียนเวียงสุวรรณ์วิทยาคม อ.แว้ง จ.นราธิวาส โรงเรียนเบตง วีระราษฎร์ประสาน อ.เบตง จ.ยะลา และอีก 3 โรงเรียน ในเขตพัฒนาพิเศษชายแดน คือ โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โรงเรียนแม่จันวิทยาคม อ.แม่จัน จ.เชียงราย และโรงเรียนสรรพวิทยาคม อ.แม่สอด จ.ตาก

        "นายกฯ ให้กำลังใจทุกโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ถือเป็นการช่วยกันให้นักเรียน ม.ปลาย มีทางเลือกมากขึ้น
สามารถหาสร้างรายได้แบ่งเบาภาระผู้ปกครองได้เร็วขึ้น พร้อมทั้งกำชับกระทรวงศึกษาฯ ประสานความร่วมมือกับภาคธุรกิจและชุมชนเพื่อวางแผนผลิตบุคลากรให้สอดรับกับความต้องการของพื้นที่ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ และต้องสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองว่าเด็กที่เรียนในสายอาชีพไม่ใช่เด็กที่เรียนไม่เก่งแต่เป็นเด็กที่จะสามารถเริ่มทำงานสร้างรายได้ได้เร็วกว่าและในอนาคตควรขยายไปยังพื้นที่ทั่วประเทศนอกเหนือจากเขตพัฒนาพิเศษ" พลโทสรรเสริญ กล่าว