
หน.คดีพธม.ปิดสนามบินเรียกประชุมนัดแรก
หัวหน้าคดี พธม.ปิดสนามบินเรียกประชุมนัดแรก แจงพนักงานสอบสวนส่งมอบสำนวน 25 ก.ย.ก่อนออกหมายเรียก รองผบช.น.ยันไม่เปลี่ยนข้อกล่าวหาตามข้อเรียกร้อง
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 17 กันยายน เมื่อเวลา 13.30 น.พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีกลุ่ม พธม.ปิดสนามบินได้เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนของ บช.น.,บช.ภ. 1 และบช.ก.ที่ห้องประชุม1 อาคาร 1 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรก หลังจากพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ได้ลงนามคำสั่งให้ พล.ต.ท.สมยศรับหน้าที่หัวหน้าพนักงานสอบสวนแทน พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วย ผบ.ตร.ใช้เวลาการประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมงและพล.ต.ท.สมยศได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รองผบช.น.ในฐานะโฆษกของคดีดังกล่าวเป็นผู้ให้สัมภาษณ์
พล.ต.ต.พงษ์สันต์เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีการพูดคุย 2 เรื่อง โดยเรื่องแรกเนื่องจากคดีนี้มีการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนเป็นพล.ต.ท.สมยศ วันนี้จึงได้เชิญประชุมพนักงานสอบสวนทั้งทั้ง 2 ส่วนคือ สภ.ราชาเทวะ และนครบาลให้รับทราบว่าได้มีการเปลี่ยนหัวหน้าพนักงานสอบสวน และเรื่องที่สองเป็นการกำหนดวันส่งมอบสำนวนการสอบสวนให้กับ พล.ต.ท.สมยศ ในวันที่ 25 ก.ย.ที่จะถึงนี้ เพื่อตรวจสอบสำนวนอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะมีการออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งในความเห็นของพนักงานสอบสวนส่วนใหญ่แล้วเห็นว่าควรจะออกหมายเรียกอีกครั้งหนึ่งก่อน ถ้าหากปฎิเสธที่จะมารับทราบข้อกล่าวตามหมายเรียกครั้งที่สองอีกนั้น ตามปกติแล้วข้อกล่าวหาซึ่งอัตราโทษในการกระทำความผิดในลักษณะนี้ ก็สามารถขออนุมัติศาลเพื่อขอหมายจับได้เลย
พล.ต.ต.พงษ์สันต์กล่าวต่อว่า กรณีที่กลุ่ม พธม.เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนข้อกล่าวหานั้น ทางพนักงานสอบสวนได้มีความเห็นไปก่อนหน้านี้แล้วว่า ให้ดำเนินคดีในข้อกล่าวหาเดิม และวันนี้ไม่ได้มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ในที่ประชุม สำหรับสำนวนขณะนี้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ไปแล้วกว่า 80-90 %
รองผบช.น.กล่าวต่อว่า การทำงานของพนักงานสอบสวนนั้นยังยึดแนวทางเดิมและพล.ต.ท.สมยศ ก็ไม่ได้สั่งการใด ๆ เป็นพิเศษและตำรวจก็ยึดถือความเป็นกลางในการทำงานอย่างแน่นอนทั้งสองฝ่ายอยากให้เข้าใจว่าพนักงานสอบสวนเป็นกลาง



