
นครบาลรับมือม็อบแดงเชื่อคุมสถานการณ์ได้
นครบาลติวเข้ม ตำรวจทุกหน่วย รับสถานการณ์ " ม็อบเสื้อแดง " คาดมีผู้ชุมนุมกว่า 3 หมื่น เคลื่อนไหวปิดล้อม 3 เป้าหมายหลัก " บ้านสี่เสาฯ-ป.ป.ช. -บก.ทบ. " " ผบช.น. " ย้ำฟังคำสั่งปฏิบัติ ตนเอง แต่เพียงผู้เดียวในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ เสื้อแดงเชียงใหม่ระด
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 17 ก.ย. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) เรียกประชุมนาย ตำรวจระดับ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( รองผบช.น.) รับผิดชอบงานความมั่นคง งานด้านการจราจร งานกิจการพิเศษดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยพื้นที่ กทม.สถานที่ราชการบ้านพักบุคคลสำคัญ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล( ผบก.น.1 – 9) ผู้บังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (ผบก. ตปพ.) ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก. จร.) และ ผู้บังคับการอำนวยการ ( ผบก. อก.) และ รอง ผบก. ผู้บังคับหมุ่กองร้อยควบคุมฝูงชน ผู้ควบคุมกำลังตำรวจปราบจราจลจากกองบังคับการตำรวจนครบาลต่างๆ รองผู้บังคับการควบคุมกำลังตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และหน่วยงานสืบสวนด้านการข่าว
ประเมินสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย ( นปช.) วันที่ 19 ก.ย. พร้อมซักซ้อมการปฏิบัติการรับมือในสถานการณ์ฉุกเฉินรุนแรงวางแนวทางการ ป้องกันกลุ่มผู้ไม่หวังดี กลุ่มมือที่ 3 สร้างความวุ่นวายสร้างสถานการณ์รุนแรงทำลายทรัพย์สินยั่งยุบุกรุกสถานที่ ราชการ โดยรายงานความคืบหน้าด้านการข่าวไปยัง พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รักษาการแทน ผบ.ตร. ทุกวันอย่างต่อเนื่อง ระบุ คาดว่าจะมีผู้มาร่วมชุมนุมจำนวนมากประมาณ 2-3 หมื่นคนแต่ยังไม่มีเหตุบ่งชี้ว่าถึงความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น
ทั้งนี้ ผบช.น. ได้เน้นย้ำทำความเข้าใจแผนปฏิบัติดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยตามแผน “ กรกฎ 52 “ ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการควบคุมฝูงชนให้รัดกุมมากขึ้นทัน ต่อสถานการณ์การชุมนุมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและทำความเข้าใจในส่วนของกำลัง ยุทธวิธี ยุทโธปกรณ์ เครื่องมือ กฎการใช้กำลัง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยให้ทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติยึดตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อเป็นหลักประกันให้ ตำรวจมี ความมั่นใจในการทำงาน พร้อมย้ำการปฏิบัติให้ใช้ความละมุนละม่อม จากเบาไปหนักตามขั้นตอนสากลตามแผนปฏิบัติในทิศทางเดียวกันป้องกันไม่ ให้เกิดปัญหาจนมีการร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการประพฤติมิชอบ ในวงราชการ(ป.ป.ช.) และให้ฟังคำสั่งของตนเองในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์แต่ เพียงผู้เดียวเท่านั้น
ด้าน พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) กล่าวว่า กองบังคับการตำรวจจราจรได้จัดกำลังตำรวจจราจรจำนวน 150 นายเข้าร่วมกับตำรวจจราจรพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ในการดูแลด้านการจัดการจราจรวันที่ 19 ก.ย.ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงจะร่วมชุมนุมบริเวณพระบรมรูปทรงม้าเป็นจำนวนมาก อาจต้องมีการปิดการจราจรบริเวณโดยรอบ ทาง บก.จร.ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ในส่วนที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว โดยกำลังจราจรนั้นจะคอยอำนวยความสะดวกให้ผู้สัญจรบริเวณดังกล่าว และใกล้เคียง และอยากฝากไปยังประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องให้หลีกเลี่ยงการเดินทางเส้นทางดัง กล่าวเพราะตำรวจจะปิดถนนบางส่วนและช่วยลดปัญหาด้านการจราจรด้วย
รายงานด้านการข่าวระบุว่า จะมีมวลชนกลุ่มแนวร่วม นปช.ในพื้นที่ต่างๆเดินทางมาร่วมชุมนุม ประมาณ 2.5-3 หมื่นคนจาก กทม.ประมาณครึ่งหนึ่ง ที่เหลือมาจากภาคต่างๆ จังหวัดละ 200- 300 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด ประมาณ 5 พันคน มาชุมนุมกันเพื่อ1.รำลึกถึงเหตุการณ์ครบรอบ 3 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ของ คมช.ที่ทำลายเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และเกียรติภูมิของชาติ 2.เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าเบื้องหลังการทำรัฐประหารคือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ส่วนข้อเรียกร้องนั้นมี 3 ข้อเดิมๆ ยุบสภาแก้รัฐธรรมนูญ ล้มอำมาตยาธิปไตย เรื่มรวมตัวเวลา 13.00 น. ลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) จากนั้น 17.00 น. จะขยายพื้นที่การชุมนุมโดยมวลชนไปบ้านสี่เสาเทเวศร์ และตั้งเวทีปราศรัยแกนนำ นปช.ยืนยันหากไม่เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายจะยุติการชุมนุมตามที่ได้กำหนด 24.00 น. และคงไม่ชุมนุมยิดเยื้อเพราะไม่มีการจัดเตรียมสเบียง อาหารและสัมภาระในการค้างแรม มีเพียงจัดเตรียมเสื้อสีแดงและป้ายข้อเรียกร้องต่างๆเท่านั้น
ผู้ชุมนุมจะขยายพื้นที่เคลื่อนไหวจากลานพระบรมรูปทรงม้าไปยังถนน ศรีอยุธยา-หน้า บช.น.-แยก พล.๑ รอ.-สโมสร ทบ.(เดิม)-บ้านสี่เสาเทเวศร์ บางส่วนจะเดินเท้าผ่านหน้า ร.ร.ราชวินิต (ประถม) อ้อมไปทางหลังบ้านสี่เสาเทเวศร์ และมวลชนบางส่วนจะรอชุมนุมอยู่บริเวณแยกสี่เสาฯ ด้านถนนสามเสน จากเวทีหลัก มวลชนเดินเท้าไปทางแยกสวนมิสกวัน ผ่านหน้ากองทัพภาคที่ 1/สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เลี้ยวขวาไปตามถนนพิษณุโลก ผ่านประตูทางออกกระทรวงศึกษาฯ แยกวังแดง ถึงทางตัดถนนสามเสนเลี้ยวขวามุ่งหน้าบ้านสี่เสาฯ มีการรักษาความปลอดภัย (การ์ด) ประมาณ 300-400 คน นักศึกษา (ม.รามฯ) ประมาณ 100 คน วิทยุชุมชนแท็กซี่ ประมาณ 50 คน นักรบพระเจ้าตาก (ชุดพราน) ประมาณ 50 คน มีเป้าหมายหลัก 3 แห่งคือ บ้านสี่เสาเทเวศร์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ บก.ทบ.
และในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาลนั้น ได้เตรียมความพร้อมรับมือกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างเต็มที่โดยใช้ แผน กรกฎ 52 (ที่มีระเบียบปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมที่ชัดเจนกว่าแผนกรกฎ 48) โดยจะใช้กำลังตำรวจและทหารรวม 26 กองร้อย (ประมาณ 3,950 นาย) เพื่อควบคุมผู้ชุมนุม พร้อมด้วยเครื่องแอลอาร์ดี (Long Range Acoustic Device) กำหนดทิศทางของเสียง ได้ในระยะไกล 300-3,000 เมตร ซึ่งเป็นเครื่องมือสากลที่ใช้ในหน่วยงานต่างประเทศ ใช้ในการควบคุมฝูงชนและสลายการชุมนุมไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บถาวร ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน เน้นการจับกุมตัวแกนนำเป็นเป้าหมายหลักหากมีการยั่วยุให้เกิดความรุนแรงขึ้น
นครบาลรับมือม็อบเสื้อแดงเชื่อคุมสถานการณ์ได้
เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.อ.ปิยะ อุฑาโย รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.ให้แถลงข่าวความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ภายหลังเสร็จสิ้นการซักซ้อมทำความเข้าใจการปฏิบัติร่วมกันโดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ยืนยันว่า ตำรวจนครบาลเตรียมพร้อมดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมแล้ว มีการจัดกำลังทุกหน่วยเข้าร่วมปฏิบัติประกอบด้วย บช.น. ตำรวจภูธรภาค 1,2,7 ตำรวจสันติบาล ตำรวจตระเวนชายแดน หน่วยสรรพาวุธตำรวจและทหาร และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ โดยมีการตั้งศูนย์อำนวยการสั่งการปฏิบัติภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาล และทำการเปิดศูนย์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้วเพื่อตรวจสอบติดตามความเคลื่อนไหวผู้ชุมนุมประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงจนกว่าจะเสร็จสิ้นการชุมนุม และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ทุกกรณี
พ.ต.อ.ปิยะ กล่าวต่อว่า การประชุมที่ผ่านมาเป็นการซักซ้อมทำความเข้าใจการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานทหารภายหลังมีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง พื้นที่เขตดุสิต โดย พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.มอบหมายให้ พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพประสิทธิพร รอง ผบช.น. เป็นผุ้ควบคุมกำลังตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด แบ่งการดูลความปลอดภัยรักษาความสงบเรียบร้อยใน 3 ส่วนคือ ดูแลสถานที่ราชการสำคัญทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา มีกำลังตำรวจ ทหารและ พลเรือน ทำหน้าที่ปฏิบัติ และ พื้นที่ที่คาดว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมไปรวมตัวกัน บริเวณหน้าบ้านสี่เสาฯ ลานพระบรมรูปทรงม้า มีการจัดกำลัง 3 หน่วยหลักไปดูแล และ 3 คือการตั้งจุดตรวจที่ใกล้เคียงบริเวณที่มีการชุมนุม 20 จุดหลักและภายในพื้นที่ที่มีการชุมนุม 7 จุดอาทิ ลานพระบรมรูทรงม้า วัดเบญจมบพิตร ฯลฯ ป้องกันมือที่ 3 สรางสถานการณ์ และการป้องกันระวังเหตุลอบวางระเบิดต่างๆ มอบหมายให้ พล.ต.ต.อนันท์ ศรีหิรัญ รอง ผบช.น.เป็นผู้ดูแลการปฏิบัติของกำลังพล โดยทั้งหมดปฏิบัติตามแผน กรกฎ 52 ทุกขั้นตอนการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากเบาปหนักและจะมีการประกาศแจ้งให้ผุ้ชุมนุมทราบทุกขั้นตอน
ส่วนกรณีที่มีเหตุการณ์ปะทะกันขึ้นระหว่างผุ้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น พ.ต.อ.ปิยะ กล่าวว่า การปฏิบัติทุกอย่างจะต้องฟังคำสั่งจาก กอ.รมน.เป็นหลักว่าจะให้ตำรวจทำอย่างไรต่อไปโดยมี พล.ต.ท.วรพงษ์ เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ อย่างไรก็ตามจากการข่าวได้ประเมินสถานการณ์ผู้ชุมนุมเข้าร่วมประมาณ 3 หมื่นคนคงไม่ยืดเยื้อเชื่อว่าควบคุมสถานการณ์ได้ ใช้กำลังตำรวที่เตรียมไว้ประมาณ 30 กองร้อย หากการชุมนุมเป็นไปตามกฎหมายก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
เสื้อแดงเชียงใหม่ระดมทุนร่วมม็อบแดง19ก.ย.
ความเคลื่อนไหวกลุ่มเสื้อแดงในพื้นที่จ.เชียงใหม่ - ลำพูนเดินทางไปร่วมสมทบกับกลุ่มนปช.แดงทั้งแผ่นดิน ซึ่งมีกำหนดนัดรวมพลคนเสื้อแดงเพื่อชุมนุมรำลึกเหตุการณ์ครบรอบ 3 ปีการรัฐประหารที่ลานพระบรมรูปทรงม้า กรุงเทพฯในวันที่ 19 ก.ย.ในครั้งนี้
รายงานด้านความมั่นคงแจ้งว่า ในการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสมทบกับกลุ่มแดงทั้งแผ่นดินนี้ จะมีเสื้อแดงจากเชียงใหม่ และลำพูน เดินทางไปรวมกันประมาณ 600-700 คน แบ่งเป็นเสื้อแดงกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ที่นำโดยนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล ซึ่งจะเดินทางโดยรถบัสปรับอากาศและรถตู้ที่รถออกที่หน้าโรงแรมวโรรส แกรนด์พาเลซ อ.เมืองเชียงใหม่นอกนั้นจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงจากอำเภอรอบนอกได้แก่อำเภอฝาง แม่อาย ไชยปราการ แม่แตง สันป่าตองและสันกำแพง รวมทั้งเสื้อแดงจาก จ . ลำพูนอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้วิธีจ้างเหมารถตู้ปรับอาการและบางส่วนเดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัวทยอยกันเดินทางไป โดยส่วนใหญ่ได้นัดหมายออกเดินทางในช่วงบ่ายและเย็นวันที่ 18 ก.ย.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของเสื้อแดงกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 นั้น ได้มีการระดมเงินสำหรับที่จะใช้ในการเดินทางด้วยการเปิดเวทีปราศรัยในช่วงค่ำวันนี้(17 ก.ย.) จำหน่ายบัตรละ 20 บาทที่หน้าโรงแรมวโรรส แกรนด์พาเลซ โดยมีแกนนำนปช.จากส่วนกลางมาขึ้นเวทีเรียกคน นำโดยนายอดิศร เพียงเกษ นายแพทย์แหวง โตจิราการ , เจ๋ง ดอกจิก , นายเมธี อมรฤทธิกุล และนางสาวพจมาน พิมพ์จันทร์ นักร้องเพลงคนเสื้อแดง และในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้แกนนำและดีเจวิทยุชุมชนกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ยังได้จัดให้มีการทอดผ้าป่าที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.หางดงเพื่อระดมเงินสำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางอีกทาง



