ข่าว

สว.ขอนแก่นวอนปชป.-พท.อย่าเล่นเกมชิงอำนาจ

สว.ขอนแก่นวอนปชป.-พท.อย่าเล่นเกมชิงอำนาจ

17 ก.ย. 2552

ส.ว.ขอนแก่น วอนปชป. - พท.อย่าเล่นเกมชิงอำนาจ เกรงเกิดปฏิวัติอีก ด้านส.ว.พันธมิตรฯชี้ไม่ควรตัดตอนแก้รธน.ต้องฟังปชช.รอบด้าน ขณะที่ “พท.” จี้นายกฯดำเนินการตามที่เคยรับปาก “ม.ล.อภิมงคล” หนุนแก้ ม. 237 เป็นความผิดส่วนบุคคลเชื่อผ่าทางตัน

 (17 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณารายงานผลการศึกษาของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นวันที่สองในช่วงบ่าย

 นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ ส.ว.ขอนแก่น อภิปรายว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเกมชิงอำนาจระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย แล้วมันจะไม่จบ ทำไมต้องขัดแย้งกันตลอดเวลาแล้วผลที่ได้คือการปฏิวัติ และแม้จะแก้รัฐธรรมนูญก็ไม่จบ ดังนั้นควรคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้มีการปฏิวัติเกิดขึ้นดีกว่า แล้วเมื่อเกิดปฏิวัติจะมีการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทำให้ทุกอย่างไม่จบ ประชาชนแบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่าย ตนว่าประเทศชาติเราถึงเวลาแล้วที่จะอภัยให้กัน แล้วที่ผิดพลาดมาแล้วให้แล้วไป อย่าให้เกิดปฏิวัติขึ้นอีกเลย และขอฝากว่าจากผลพวงของความแตกแยกมีการยึดสนามบินและโรงแรมต่างๆและเปรียบเทียบเป็นสองมาตรฐานขอให้นายกฯรีบเร่งในเรื่องนี้ นายกฯจะได้เดินทางไปทุกที่ในประเทศไทยได้

 นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้รดน้ำพรวนดินด้วยเลือดเนื้อประชาชนส่วนหนึ่ง แม้ว่าจะมีคนประณามหยามเหยียดก็ตาม ไม่ว่าสิ่งที่ประชาชนพวกนี้ทำจะทำผิดกฎหมายบ้างก็ตาม หรือจะถูกออกหมายจับ แต่เพื่อรักษาสิทธิ์ของรัฐธรรมนูญก็พร้อมเชิดหน้าเข้าที่คุมขังอย่างภาคภูมิ การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไรคงไม่สามารถตัดตอนด้วยรัฐสภาชุดนี้หรือด้วยคณะกรรมการสมานฉันท์ชุดนี้ โดยไม่ฟังความเห็นประชาชนไม่ได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้แต่ต้องทำภายใต้เวลาที่เหมาะสม คณะกรรมการสมานฉันท์ฯตอบโจทย์ได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลควรนำไปดำเนินการในบางส่วนได้ก่อน เช่น การลดทิฐิ อคติ และการตอบโต้ใส่ร้ายทางการเมือง

 ขณะที่ ม.ล.อภิมงคล โสณกุล ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า อยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 ในมาตรา 237 เกี่ยวกับการยุบพรรค ให้เป็นความผิดเฉพาะตัว แต่อย่างไรก็ตามการแก้ไขจะไม่มีผลย้อนหลัง แต่ให้มีผลไปข้างหน้า เชื่อว่าในอนาคตจะฝ่าทางตันและสร้างเสถียรภาพทางการเมือง วันนี้สังคมมาถึงทางตันในระดับหนึ่ง ดังนั้นหากพวกเราพิจารณารอบคอบเปิดโอกาสไม่ว่าเป็นการตั้งส.ส.ร. หรือให้ประชาชนทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วม การแก้ไขมาตรานี้จะนำไปสู่การผ่าทางตันการเมืองในอนาคตและสังคมจะเกิดความสงบสุข สามัคคีในอนาคต

 ด้านนายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลในเรื่องการสร้างความสมานฉันท์มีความล้มเหลว เห็นได้จากรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ที่มีมากว่า 2 เดือนแต่ไม่มีการดำเนินการกลับให้มีการประชุมร่วมตามมาตรา 179 รัฐบาลควรดำเนินการตามผลการศึกษาของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ สมาชิกรัฐสภาต้องการเห็นนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเป็นต้นแบบสร้างความสมานฉันท์ โดยต้องมีความชัดเจนว่าหลังจากให้แสดงความคิดเห็นวันนี้แล้วจะดำเนินการอย่างไร ภายใต้กรอบเวลานานเพียงใด รัฐบาลต้องให้ความชัดเจน

 นายประเกียรติ นาสิมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า นายกฯเคยบอกว่าประเด็นไหนคับข้องใจหรือความคิดเห็นต่อรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและไม่เป็นธรรมให้เอามาวางตรงหน้า จะต้องดูว่าจะใช้ทางใด จะให้ใครเป็นเจ้าภาพในการแก้ไขรับได้ทั้งสิ้น และมีกติกาใหม่ให้ยุบสภาตนก็ไม่มีปัญหา จนสุดท้ายจากการประชุม 3 ฝ่ายได้มีการตั้งคณะกรรมการสมาฉันท์ฯขึ้นมา ซึ่งจากการระดมความเห็นจากทุกภาคส่วน สุดท้ายยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศนี้เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญปี 50 และชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ละเลย บั่นทอนพระราชอำนาจได้นำตุลาการมาใช้อย่างเต็มตัว เป็นรัฐธรรมนูญที่ตนไม่อยากยอมรับว่าเป็นรัฐธรรมนูญ เพราะทำลายหลักการอำนาจประชาธิปไตย

นอกจากนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้พยายามทำการเมืองให้อ่อนแอ รัฐบาลบริหารประเทศไม่ได้ ดังนั้นหากไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญรัฐบาลทุกรัฐบาลจะตกอยู่ภายใต้ขุนนางที่อยู่รอบนอกรัฐธรรมนูญ ดังนั้นวันนี้ นายกฯต้องแสดงภาวะผู้นำตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร และจะดำเนินการเมื่อไหร่ให้เป็นไปตามข้อสรุปรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ จริงๆรัฐบาลสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องฟังความเห็นจากรัฐสภาได้ จึงขอให้นายกฯชี้แจงต่อสภาด้วยว่าจะเอาอย่างไรกับรายงานสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์ และขอให้นายกฯทำตามที่เคยได้บอกไว้กับรัฐสภาแห่งนี้