ข่าว

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นต้นแบบในทุกๆ ด้าน

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นต้นแบบในทุกๆ ด้าน

20 ก.ค. 2560

ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นใครในโลกนี้มีความสามารถในทุกๆ ด้านเท่ากับพระองค์

          วันที่ 20 ก.ค. 2560 บรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมถวายความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระองค์ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นวันที่ 260 แม้ว่าจะมีฝนโปรยปรายต่อเนื่องมาจากช่วงกลางคืนจนถึงในตอนเช้า แต่ก็ยังมีประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางเข้าแถวรอสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นต้นแบบในทุกๆ ด้าน

น.ส.กุลชลี จิตติเรืองเกียรติ

          น.ส.กุลชลี จิตติเรืองเกียรติ อดีตพนักงานฝ่ายต้อนรับ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง วัย 45 ปี เดินทางฝ่าสายฝนมาจากจังหวัดชลบุรี พร้อมกับเพื่อนๆ เพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เล่าด้วยน้ำเสียงปลื้มปีติว่า เพิ่งจะมีโอกาสได้กราบพระบรมศพเพียงสองครั้งเท่านั้น เพราะติดภารกิจ แต่ตั้งใจว่าจะกลับมาอีกเรื่อยๆ จนกว่าสำนักพระราชวังจะประกาศปิด เพราะโดยส่วนตัวมีความประทับใจต่อพระองค์มาก ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นใครในโลกนี้มีความสามารถในทุกๆ ด้านเท่ากับพระองค์อีกแล้ว ทรงทำหน้าที่ทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ

          “พระองค์ทรงเป็นต้นแบบได้ในทุกๆ ด้าน จนแทบจะไม่สามารถจำแนกปลีกย่อยออกมาได้หมด ยกตัวอย่าง พระราชจริยวัตรส่วนพระองค์แม้ทรงมีพระราชภารกิจมากมาย แต่ทรงยังคงทำหน้าที่ในฐานะพระราชบิดา พระสวามี ได้เป็นอย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับตัวเองในเวลาที่รู้สึกว่ามีความทุกข์ใจจากเรื่องความจน เมื่อหันมามองที่พระองค์เป็นต้นแบบ จะได้คำตอบว่าทรงไม่เคยสอนเราว่าต้องรวย แต่พระองค์ทรงสอนให้เราดำเนินชีวิตอยู่ในแบบที่แต่ละคนมี ดังนั้นเวลาที่ตัวเองมีทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นมุมไหน ก็จะนึกถึงคำสอนและพระราชดำรัสของพระองค์ที่ทรงตรัสไว้ในวาระต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นภาษาที่กระชับเข้าใจง่ายทว่าลึกซึ้งและให้แนวทางได้เป็นอย่างดี” น.ส.กุลชลี กล่าว

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นต้นแบบในทุกๆ ด้าน นางพัฒน์นรี สืบวงษ์ดิษฐ์

          นางพัฒน์นรี สืบวงษ์ดิษฐ์ อายุ 29 ปี อาชีพค้าขาย ชาวลาดกระบัง กรุงเทพฯ กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมกับสามี ลูกสาว คุณแม่และญาติๆ และเพิ่งจะมีโอกาสเดินทางมาเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งแรก รู้สึกตื้นตันใจอย่างมาก เพราะที่ผ่านมามักจะเห็นภาพพระองค์ท่านเสด็จฯไปในถิ่นทุรกันดารเพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ยากไร้ พระองค์มองเห็นปัญหาและเข้าถึงปัญหาต่าง ๆที่ประชาชนประสบ เคยคิดว่าพระมหากษัตริย์อยู่ในที่ที่สุขสบายไม่ต้องลำบาก แต่ภาพที่เราเห็นคือพระองค์ท่านออกไปดูแลทุกข์สุขของประชาชนทั้งประเทศ ทรงพระราชทานโครงการต่างๆไปช่วยเหลือ พระองค์คอยดูแลประชาชนเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เมื่อคิดถึงภาพนี้แล้วทำให้เรารู้สึกสะอึก ตื้นตันใจอย่างมาก

          "ประทับใจคำสอนเกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ ของพระองค์ท่าน ที่สอนให้เกษตรกรแบ่งสัดส่วนที่ดินที่มีอยู่เป็นพื้นที่ทำกิน ให้สร้างแหล่งน้ำ ปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์ และพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อให้เราอยู่ได้แบบพอเพียง ซึ่งทฤษฎีนี้ถ้าเรานำมาคิดก็สามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกอาชีพ ทุกการทำงาน ไม่เฉพาะอาชีพเกษตรกรเท่านั้น" นางพัฒน์นรี กล่าว