ข่าว

"เณรคำ" ยอมถอดผ้าเหลือง แต่ไม่เปล่งวาจาสึก 

"เณรคำ" ยอมถอดผ้าเหลือง แต่ไม่เปล่งวาจาสึก 

20 ก.ค. 2560

ดีเอสไอ ส่งเณรคำ ให้อัยการ ยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว ปฏิเสธทุกข้อหา ยอมถอดผ้าเหลือง แต่ไม่เปล่งวาจาสึก เผย ไม่อุทธรณ์ เพราะอยากกลับไทย 

 

         20 ก.ค.60-พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)  เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้สอบคำให้การ ของนายวิรพล สุขผล อดีตพระภิกษุชื่อพระวิรพล ฉัตติโก หรือเณรคำ อดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ กลับมาดำเนินคดีในข้อหาพรากผู้เยาว์ ,กระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ,ฉ้อโกงประชาชน,และฟอกเงิน เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ได้นำตัวไปส่งให้อัยการเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว โดย นายวิรพล หรือเณรคำให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยจะขอไปให้การต่อสู้คดีในชั้นศาล ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องหา ทั้งนี้ในการสอบปากคำมีทนายความส่วนตัวของนายวิรพล หรือเณรคำ ประมาณ 3 ทีม มาร่วมรับฟังการสอบสวน  

                      "เณรคำ" ยอมถอดผ้าเหลือง แต่ไม่เปล่งวาจาสึก 

          พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่วาวว่า ส่วนเรื่องปาราชิก เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้อ่านใบปาราชิกให้รับทราบโดย เณรคำอ้างว่าไปพำนักอยู่ในต่างประเทศไม่รู้ว่าต้องปาราชิกโดยเณรคำได้ยินยอมถอดจีวร แต่ไม่เปล่งวาจาสึก  

          พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ในช่วงพูดคุยถึงในขั้นตอนการรับตัวได้สอบถามเณรคำ ถึงเหตุผลที่ไม่อุทธรณ์คำสั่งส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน  เณรคำระบุว่า ทนายความได้ยื่นอุทธรณ์ แต่ตัวเขาเองได้สั่งห้ามไม่ให้อุทธรณ์  เพราะอยากกลับเมืองไทย พร้อมจะสู้คดีตามกระบวยการยุติธรรมของไทย 

                     "เณรคำ" ยอมถอดผ้าเหลือง แต่ไม่เปล่งวาจาสึก 

          สำหรับข้อหาความผิดในคดีอาญาที่ดีเอสไอมีความเห็นสั่งฟ้องเณรคำ รวม 2 ข้อหา แยกฟ้องเป็น 2 สำนวน ประกอบด้วย (1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ (2) ฉ้อโกงประชาชน และ (3) ฟอกเงิน เป็นคดีพิเศษที่ 151/2556 และ(4) กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม (5) กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และ (6) ปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง ผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร จึงแยกสำนวนเป็นคดีพิเศษที่ 186/2556