ข่าว

“ตู่” ปธ.นปช ลุ้นผลคดีฎีกา หมิ่น"อภิสิทธิ์

“ตู่” ปธ.นปช ลุ้นผลคดีฎีกา หมิ่น"อภิสิทธิ์

20 ก.ค. 2560

อดีตนายกฯ"  ฟ้องปราศรัย นปช.วัดไผ่เขียว ปี 52 หมิ่นมือเปื้อนเลือดฆ่า ปชช.หลังเคยยกฟ้อง  2 ศาล


          จากกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.แกนนำคนสำคัญกลุ่มคนเสื้อแดง ได้มีคดีฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาทกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ช่วงปี 2552 หลายคดีสืบเนื่องจากการปราศรัยของนายจตุพร ช่วงกดดันรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ยุบสภานั้น
          ในวันนี้ (20 ก.ค.) เวลา 09.30 น.ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.1962/2552 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328,332

          ที่นายอภิสิทธิ์ ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.52 ระบุว่า วันที่ 10 พ.ค.52 นายจตุพร จำเลยได้ปราศรัยด้วยเครื่องกระจายเสียงต่อหน้าประชาชน จำนวนกว่าหมื่นคน ใส่ความทำนองว่ารัฐบาลนายอภิสิทธ์ เป็นรัฐบาลภายใต้ทรราชฟันน้ำนม รวมทั้งกล่าวหาว่า โจทก์เป็นนคนสั่งทหารให้ไปยิงประชาชน เป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือดฆ่าประชาชน ใส่ร้ายประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดง โจทก์จะต้องถูกประหารชีวิต ข้อหาฆ่าคนตาย และข้อความอื่น ๆ ซึ่งล้วนเป็นเท็จ การกระทำของจำเลย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างมาก ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จากประชาชนที่ได้ยินได้ฟังการปราศรัยของจำเลย เหตุเกิดที่วัดไผ่เขียว แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. ซึ่งนายจตุพร จำเลยให้การปฏิเสธ

          โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.55 ให้ยกฟ้องจำเลย เนื่องจากเห็นว่าทางนำสืบรับได้ว่าเป็นกรณีที่ได้มีการปราศรัย แถลงข่าว วิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเป็นการตอบโต้ทางการเมืองทางวิธีทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย จึงยังไม่พอฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท 

          ต่อนายอภิสิทธิ์ โจทก์ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริง ที่เป็นมูลเหตุที่นำมาสู่การกล่าวหมิ่นประมาท ที่ไม่ใช่เพียงการโต้ตอบทางการเมือง

          แต่มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.57 ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องเช่นกัน เนื่องจากรูปคดีมีเหตุผลที่ทำให้นายจตุพร จำเลย เชื่อว่าน่าจะมีมูลเหตุในเรื่องที่ได้กล่าวถึงจริง ซึ่งการกล่าวของจำเลยเป็นการปกป้องตนหรือป้องกันส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับตนตามทำนองคลองธรรม ซึ่งเป็นการแสดงความเห็นโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329 (1) การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท 

          โดยนายอภิสิทธิ์ โจทก์ก็ได้ใช้สิทธิตามกฎหมายยื่นฎีกาคดีอีกและศาลก็ได้นัดอ่านคำพิพากษาฎีกาในวันนี้