ข่าว

เผย“อุตฯการแพทย์”บูม 6เดือนยื่นส่งเสริม3.6พันล.

เผย“อุตฯการแพทย์”บูม 6เดือนยื่นส่งเสริม3.6พันล.

20 ก.ค. 2560

เผย“อุตฯการแพทย์”บูม 6เดือนยื่นส่งเสริม3.6พันล.

 นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ขณะนี้การลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบาย“ประเทศไทย 4.0”ของรัฐบาล ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนในกิจการทางการแพทย์ ตั้งแต่ต้นปี 2560 (ม.ค.-มิ.ย.2560) มีการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนมาแล้ว 19 โครงการ เงินลงทุน 3,615 ล้านบาท

โดยกิจการลงทุนที่น่าสนใจและเป็นกิจการของคนไทยที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนแล้ว ได้แก่ บริษัท เมติคูลี่ จำกัด ซึ่งเป็นการรวมตัวของ ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูก และผู้วิจัยด้านวิศวกรรมโลหการจากสถาบันอุดมศึกษาของไทย เพื่อผลิตวัสดุฝังในร่างกาย ประเภทกระดูกเทียม และแผ่นโลหะดามกระดูก โดยนำเครื่องพิมพ์สามมิติมาใช้ออกแบบและขึ้นรูปวัสดุให้ตรงกับรูปร่าง หรือใกล้เคียงกับอวัยวะในส่วนเดิมของผู้ป่วยแต่ละรายมากที่สุด ซึ่งนวัตกรรมดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหากรณีผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านกระดูกจากอุบัติเหตุหรือมีปัญหากระดูกในผู้ป่วยโรคมะเร็ง และที่ผ่านมาต้องใช้วัสดุนำเข้าจากยุโรปที่มีราคาสูง รวมถึงมีขนาดหรือสัดส่วนของอุปกรณ์ไม่เหมาะกับสรีระคนไทยอีกด้วย เบื้องต้นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้จากโครงการนี้จะป้อนให้กับผู้ป่วยในประเทศทั้งหมด

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อผลิตวัสดุที่สามารถเหนี่ยวยึดกระดูกได้ดี สำหรับผู้ป่วยสูงอายุ หรือผู้ป่วยที่มีปัญหากระดูกพรุน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาผู้ป่วยด้านกระดูกได้มากขึ้น

สำหรับแนวโน้มการลงทุนผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์จากประเทศญี่ปุ่นก็น่าสนใจด้วยเช่นกัน โดยนอกจากหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ ได้ตั้งคณะกรรมการด้านอุตสาหกรรมอุปกรณ์การแพทย์ขึ้นมาศึกษาการลงทุนในไทยและพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และยังมีนักลงทุนญี่ปุ่นจำนวนมากสนใจขยายกิจการเดิมที่ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั่วไป โดยจะยกระดับการผลิตด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ ล่าสุดมีนักลงทุนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์รายใหญ่ สนใจเข้ามาดูลู่ทางการลงทุนในกิจการผลิตกระดูกเทียม และแผ่นโลหะดามกระดูก ในประเทศไทย ช่วงแรกอาจเป็นการจัดตั้งกิจการบริษัทการค้าระหว่างประเทศหรือITCและจะพิจารณาเข้ามาลงทุนในโอกาสต่อไป ซึ่งหากการลงทุนตามโครงการดังกล่าวเกิดขึ้น จะทำให้ไทยเป็นประเทศแรกที่บริษัทเลือกเข้ามาลงทุนนอกประเทศญี่ปุ่น