
เปิดใจ “ยายลอน” ไม่คิด “เณรคำ” จะเสียพระ
ผู้นำที่ดินบริจาคเพื่อสร้างวัดป่าขันติธรรมถวาย “เณรคำ” เผย ช่วงแรกๆ ทำใจไม่ได้ ไม่คิดว่าจะเสียพระ
19 ก.ค. 60 ที่บ้าน หมู่ที่ 1 ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของคุณยายลอน มนัส อายุ 71 ปี ผู้ที่ได้นำที่ดินของตนเองถวายเพื่อการสร้างวัดป่าขันติธรรม เมื่อปี พ.ศ. 2554 จากนั้นก็เป็นโยมอุปัฏฐายิกาวัดมาโดยตลอด วันนี้ยอมรับเสียใจมาก ทำใจไม่ได้ ไม่คิดว่าพระดีๆ รูปหนึ่งที่เราเห็น เรากราบไหว้ และเฝ้ามองดูการปฏิบัติธรรมที่วัดมาโดยตลอด จะเป็นไปได้ จะเสียคน เสียพระเช่นนี้ ถูกความร่ำรวยเข้าครอบงำ ตัดกิเลสไม่ได้ ทุกวันนี้ได้แต่นั่งสมาธิ อโหสิกรรม ทำใจได้แล้ว แต่หากรอดจากคดีความแล้วจะกลับมาอยู่วัด จะขอเป็นคนแรกที่ขับไล่ เพราะพระได้เสียพระไปแล้ว อย่ากลับมาเลย เพราะตอนนี้วัดก็มีเจ้าอาวาสใหม่แล้ว แม้จะเป็นพระที่เกิดจากเณรคำ แต่เขาก็ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ตนกราบไหว้ได้อย่างสนิทใจแล้ว ทุกวันพระก็เข้าวัดทำบุญต่อไปเช่นเดิม แม้จะเป็นวัดเณรคำ แต่พระไม่ใช่เณรคำ ก็รับได้
คุณยายลอน เล่าให้ฟังว่า วันนี้ทำใจได้แล้วกับเรื่องราวต่างๆ ของ นายวิรพล สุขผล หรือ อดีตพระเณรคำ ฉัตติโก อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าขันติธรรม หรือวัดพระแก้วใหญ่ และปัจจุบันคือ วัดสามัคคิยาราม ที่เป็นวัดถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เคยคิดที่จะเรียกเอาที่ดินที่บริจาคให้วัดคืน ถวายแล้วก็ถวายเลย และทุกวันนี้ได้อโหสิกรรมให้กับเณรคำไปหมดแล้ว ตั้งหน้านั่งสมาธิ สวดมนต์ทุกคืน และนับตั้งแต่มีเรื่องมา ก็ห่างไปจากวัดพักหนึ่ง แต่พอเรื่องราวมันดีขึ้น ก็ไปวัดไปทำบุญเช่นเคย ยอมรับพระที่เป็นลูกศิษย์เณรคำที่อยู่จำพรรษาที่วัดปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบตามจารีตของพระสงฆ์ ซึ่งเมื่อก่อนเณรคำก็ทำเช่นนี้ แต่ก็ไม่ทราบว่าทำไมจึงเสียพระไป ซึ่งหากหมดคดีความแล้ว จะขอกลับมาบวชมาอยู่วัดอีก ตนก็รับไม่ได้แล้ว ทางใครทางมันไปเถอะ เพราะท่านหมดสภาพการเป็นพระไปแล้ว



