ข่าว

ว้าว!ยางไทยทำหน้ากากกันแก๊สพิษถูกกว่านำเข้า6เท่า

ว้าว!ยางไทยทำหน้ากากกันแก๊สพิษถูกกว่านำเข้า6เท่า

19 ก.ค. 2560

วศ.ทบ.ใช้ยางพาราไทย ผลิต "หน้ากากกันแก๊สพิษ - สารเคมี" สนองนโยบาย"บิ๊กตู่"ผลวิจัยพบประสิทธิภาพดีถูกกว่านำเข้าถึง 6 เท่า คาดผลิตใช้ภายในไทยปี 60

         เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2560 - รศ.วีรชัย พุทธวงศ์ นักวิชาการด้านเคมีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) เปิดเผยเวบไซด์คมชัดลึกว่า ช่วงเช้าวันนี้มีการประชุมร่วมกับกระทรวงกลาโหมเพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินกาััผลิตหน้ากากป้องกันเคมี- ชีวะ หรือหน้ากากกันแก๊สพิษ ซึ่งก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.วิโรจน์ ศิลาอาสน์ เจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารบก(จก.วศ.ทบ.) ได้เป็นประธานการประชุมเร่งด่วนร่วมกับหลายหน่วยงานในกองทัพบก และ ตนในฐานะนักวิชาการด้านเคมีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

         “การดำเนินการผลิตหน้ากากป้องกันเคมี–ชีวะ หรือหน้ากากกันแก๊สพิษ นั้น นับว่าเป็นการผลิตขึ้นมาใช้เองครั้งแรกของประเทศไทย แทนการซื้อจากต่างประเทศ ตามแนวนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ต้องการให้นำยางพาราในประเทศไทยมาผลิตยุทโธปกรณ์ใช้เอง”รศ.วีรชัย กล่าว

         รศ.วีรชัย  กล่าวอีกว่า  ซึ่งพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มีการสั่งการเมื่อ 11 ก.ค. 2560 ขณะตรวจเยี่ยมผลงานวิจัยซี่งถูกนำไปแสดงที่ทำเนียบรัฐบาล ให้ วศ.ทบ.ของบประมาณกลางของรัฐบาลจำนวน 150 ล้านบาท ดำเนินการผลิตอย่างเร่งด่วน ซึ่งนายกรัฐมนตรีไ้ด้กล่าวขณะตรวจเยี่ยมชมดูผลงานวิจัยจากยางพาราไทยว่า ไปทำอะไรกันอยู่ เราทำได้เอง ถูกกว่า ใช้วัสดุในประเทศ ใช้ยางพาราเราผลิตได้ ก็ทำเลย ให้เริ่มผลิตเลยโดยใช้งบฯกลางผลิตออกมาซักส่วนหนึ่งก่อน

         ด้าน พล.ต.วิโรจน์ ศิลาอาสน์  เจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารบก(จก.วศ.ทบ.) เผยว่า ในปัจจุบันกองทัพบก ต้องสั่งซื้อหน้ากากป้องกันสารเคมีและแก๊สพิษ เพื่อใช้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยจากสารเคมีรั่วไหล จากต่างประเทศเป็นปริมาณมากต่อปี และมีแนวโน้มว่าราคาหน้ากากฯจะสูงขึ้นทุกครั้งที่สั่งซื้อ กว.ทบ.จึงได้ทำวิจัยร่วมกับนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสต ร์เพื่อดำเนินการผลิตหน้ากากฯขึ้นมาใช้เองเป็นครั้งแรกของประเทศไทย

       “ตามขั้นตอนจะขอใช้งบประมาณกลางของรัฐบาลประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อผลิตหน้ากากฯออกมาใช้เองจำนวน 5 หมื่นชิ้น ในราคาชิ้นละไม่เกิน 1หมื่นบาท ซึ่งราคาถูกกว่าหลายเท่า หากเปรียบเทียบกับราคาในปัจจุบันที่ต้องใช้เงินภาษีมากถึง 4 พันล้านบาท เพื่อสั่งสั่งซื้อจากประเทศเกาหลีในชิ้นละ 2-6 หมื่นบาทบาท” พล.ต.วิโรจน์ กล่าว

         ทั้งนี้ ขั้นตอนผลิตหน้ากากฯจะเป็นขบวนการที่ผลิตในประเทศ โดยโรงงานของคนไทย ตั้งแต่การขึ้นรูปหน้าหน้ากากฯและ การผลิตชิ้นส่วนไส้กรอง โดยมี วศ.ทบ.เป็นผู้ควบคุมมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับผลงานวิจัยและมาตรฐานหน้ากากฯขององค์การป้องกันแอตแลนติกเหนือ(นาโต้) และตรงตามความต้องการจริงของกำลังพลในกองทัพบก โดยจะต้องจัดซื้อยางพาราจำนวนมากจากชาวสวนยากฯของไทยไทยเป็นวัสดุในการผลิตหน้ากากฯ ซึ่งคาดว่าวศ.ทบ.จะเริ่มผลิตหน้ากากฯได้จริง และทดสอบหน้ากากฯจนผ่านมาตรฐานสามารถนำแจกจ่ายแก่กำลังพลในกองทัพบกได้ประมาณสิ้นปี2560นี้ ตามความนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สั่งให้ใช้งบฯกลางเร่งผลิตออกมาใช้จริง

           รายงานข่าวระบุว่า โครงการนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากทุนวิจัยด้านพัฒนายุทโธปกรณ์ของกองทัพ ที่ทางกองทัพมีความร่วมมือทางวิชาการกับ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ สกอ. โดยมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งมีั้รศ. ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ เป็นหัวหน้าโครงการ และนายทหารจาก วศ. ทบ. เป็นผู้รับทุน