ข่าว

ชำแหละแผนแดงม็อบ19กันยายนเล็งเป้าป.ป.ช.

ชำแหละแผนแดงม็อบ19กันยายนเล็งเป้าป.ป.ช.

17 ก.ย. 2552

หลังจากเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ในที่สุด "แดง นปช." ก็นัดเป็นมั่นเป็นเหมาะชุมนุมใหญ่อีกครั้ง 19 กันยายน โดยแสดงให้สังคมรับรู้ว่า ชุมนุมเพื่อรำลึกถึงวันที่ คมช.ยึดอำนาจ แต่จะมีใครเชื่อว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ จะมีเพียงแค่นั้น แม้กระทั่ง "แดงสยาม" ซึ่งแตกหน่ออ

 ขณะเดียวกันเมื่อมองสถานการณ์การเมืองที่เขม็งเกลียว โดยเฉพาะระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลที่สารพัดเรื่องโหมกระหน่ำ โดยมีกรณีตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ เป็นมรสุมที่ยังเคลียร์กันไม่จบ บานปลายไปถึงขั้นเกิดปฏิกิริยาจากผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

 ตรงนี้นี่เองที่ทำให้หลายฝ่ายวิตกกังวลว่า ผู้ไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมืองจะฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ให้เลวร้าย เพราะเมื่อมีการชุมนุม มีคนจำนวนมากมารวมกัน โอกาสที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันมีได้ทุกนาที

 นั่นจึงเป็นที่มาของการตรวจสอบว่า ผู้ชุมนุมที่มานั้น มาจากไหน ใครนำ เพื่อป้องกันเหตุร้าย ...และนี่คือ ส่วนหนึ่งของรายงานที่หน่วยงานด้านการข่าว รายงานมายังหน่วยเหนือ

 แกนนำ กลุ่ม นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ประกอบด้วย นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายจรัล ดิษฐาอภิชัย นางธิดา ถาวรเศรษฐ์(โตจิราการ) ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น นายนิสิต สินธุไพร นายวิสา คัญทัพ นายสุพร อัตถาวงศ์ นายสมชาย ไพบูลย์ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายพายัพ ปั้นเกตุ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายขวัญชัย ไพรพนา พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ และนางไพจิตร อักษรณรงค์

 มวลชนกลุ่มแนวร่วม นปช.ในพื้นที่ต่างๆ ที่คาดว่าจะเดินทางมาร่วมชุมนุม ประมาณ 2.5-3 หมื่นคน

 มาจาก กรุงเทพมหานคร ประมาณ 11,320 คน (คาดจะร่วมชุมนุมมากที่สุดในห้วงเวลา 15.00-20.00)

 ภาคเหนือ ประมาณ 1,450 คน (จ.เชียงใหม่ 100 คน เชียงราย 150 คน แพร่ 50 คน น่าน 50 คน ลำพูน 200 คน ลำปาง 100 คน อุตรดิตถ์ 200 คน พิษณุโลก 200 คน นครสวรรค์ 150 คน กำแพงเพชร 100 คน และเพชรบูรณ์ 150 คน)

 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 4,230 คน (จ.อุดรธานี 1,000 คน นครพนม 150 คน มุกดาหาร 60 คน สกลนคร 200 คน เลย 20 คน หนองคาย 50 คน ชัยภูมิ 300 คน ขอนแก่น 300 คน นครราชสีมา 300 คน มหาสารคาม 250 คน กาฬสินธุ์ 100 คน ศรีสะเกษ 550 คน ยโสธร 100 คน สุรินทร์ 100 คน บุรีรัมย์ 100 คน ร้อยเอ็ด 300 คน หนองบัวลำภู 150 คน และอุบลราชธานี 200 คน)

 ภาคกลาง ตะวันออก และตะวันตก ประมาณ 5,800 คน (จ.ชัยนาท 250 คน อ่างทอง 200 คน พระนครศรีอยุธยา 300 คน สระบุรี 300 คน ปทุมธานี 500 คน นนทบุรี 300 คน สมุทรปราการ 500 คน สมุทรสาคร 200 คน สมุทรสงคราม 200 คน ปราจีนบุรี 200 คน นครนายก 100 คน ฉะเชิงเทรา 200 คน สระแก้ว 200 คน ชลบุรี 400 คน ระยอง 100 คน จันทบุรี 200 คน นครปฐม 200 คน สุพรรณบุรี 100 คน กาญจนบุรี 300 คน ราชบุรี 150 คน และเพชรบุรี 100 คน)

 ภาคใต้ ประมาณ 350 คน (จ.ประจวบคีรีขันธ์ 250 คน สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา ยะลา นราธิวาส และปัตตานี 80 คน และพังงา 20 คน )

 รายงานของหน่วยข่าวระบุว่า คนเหล่านี้มาเพื่อ

 1.รำลึกถึงเหตุการณ์ครบรอบ 3 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ของ คมช. ที่ทำลายเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และเกียรติภูมิของชาติ

 2.เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าเบื้องหลังการทำรัฐประหารคือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

 ส่วนข้อเรียกร้องนั้นมี 3 ข้อ

 1.ให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา คืนอำนาจให้แก่ประชาชน

 2.แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 โดยนำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ คปพร. ของ นพ.เหวง โตจิราการ นำมาประกอบการพิจารณา

 3.โค่นล้มระบอบอำมาตยาธิปไตย
ลักษณะการชุมนุม และการปราศรัย

 เวลา 13.00 น. นัดชุมนุมใหญ่ที่ลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) จากนั้นในเวลา 17.00 น. จะขยายพื้นที่การชุมนุมโดยมวลชนไปบ้านสี่เสาเทเวศร์ และตั้งเวทีปราศรัย

 ทั้งนี้ แกนนำ นปช.ยืนยันจะชุมนุมในวันที่ 19 กันยายน 2552 แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ในพื้นที่เขตดุสิตก็ตาม หากไม่เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายจะยุติการชุมนุมตามที่ได้กำหนดไว้ในเวลา 24.00 น.

 โดยวันที่ 18 กันยายน ทีมงาน นปช.จะเริ่มลงพื้นที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อก่อสร้างเวทีชั่วคราว เต็นท์กองอำนวยการ ติดตั้งกล้องวงจรปิด(บันทึกความเคลื่อนไหว) และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มวลชนคนเสื้อแดงจากส่วนภูมิภาคจะนัดรวมตัวตามจุดนัดหมายและออกเดินทางมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร ในวันที่ 19 กันยายน

 เวลา 09.00 น. การ์ด และทีมงานฯ เข้าพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อม
 เวลา 11.00 น. เริ่มเดินทางเข้าพื้นที่การชุมนุม
 เวลา 13.00 น. เริ่มปราศรัย
 เวลา 17.00 น. เริ่มให้มวลชนขยายพื้นที่การชุมนุมไปยังบ้านสี่เสาเทเวศร์
 เวลา 18.00 น. แกนนำนำผู้ร่วมชุมนุม เคารพธงชาติ หลังจากนั้นจึงเป็นการปราศรัยของแกนนำ
 เวลา 24.00 น. ยุติการชุมนุม มวลชนจากส่วนภูมิภาคทยอยเดินทางกลับ

 สำหรับ "พฤติกรรมของผู้ชุมนุม" นั้นหน่วยข่าวรายงานว่า การเตรียมการเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ไม่มีการตระเตรียมเสบียง เครื่องสัมภาระในการค้างแรม มีเพียงจัดเตรียมเสื้อสีแดง ป้ายประชาสัมพันธ์

 นั่นทำให้น่าเชื่อว่า การชุมนุมจะไม่ยืดเยื้อออกไป เหมือนที่หลายคนวิตกกังวล

 ส่วนเส้นทางที่คาดว่าผู้ชุมนุมจะใช้หากมีการเคลื่อนย้ายนั้นมีหลายทางด้วยกัน

 จากเวทีหลักที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ขยายพื้นที่ชุมนุมโดยให้มวลชนเดินเท้าตั้งแต่ แยกพระบรมรูปทรงม้า- ถ.ศรีอยุธยา-หน้า บช.น.-แยก พล.๑ รอ.-สโมสร ทบ.(เดิม)-บ้านสี่เสาเทเวศร์ บางส่วนจะเดินเท้าผ่านหน้า ร.ร.ราชวินิต(ประถม) อ้อมไปทางหลังบ้านสี่เสาเทเวศร์ และมวลชนบางส่วนจะรอชุมนุมอยู่บริเวณแยกสี่เสาฯ ด้านถนนสามเสน

 จากเวทีหลัก มวลชนเดินเท้าไปทางแยกสวนมิสกวัน ผ่านหน้ากองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1/สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เลี้ยวขวาไปตามถนนพิษณุโลก ผ่านประตูทางออกกระทรวงศึกษาธิการ แยกวังแดง ถึงทางตัดถนนสามเสนเลี้ยวขวามุ่งหน้าบ้านสี่เสาฯ

 ยุทธวิธีของการชุมนุม

 นปช.จัดชุดจรยุทธ์ ประมาณ 40-50 คน (ที่ผ่านการอบรม ร.ร.นปช.) ปฏิบัติได้ใน 10-20 นาที โดยจะมีสัญลักษณ์บอกฝ่ายของ นปช. และรหัสคำสั่งจากแกนนำ

 การรักษาความปลอดภัย (การ์ด) ประมาณ 300-400 คน นักศึกษา (ม.รามฯ) ประมาณ 100 คน วิทยุชุมชนแท็กซี่ ประมาณ 50 คน นักรบพระเจ้าตาก (ชุดพราน) ประมาณ 50 คน การ์ดจากกลุ่มเสื้อแดงต่างๆ ประมาณ 100 คน การใช้วิทยุสื่อสารเครื่องสังเคราะห์ความถี่ และการดักรับในเครือข่ายตำรวจ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว ทีมงานความจริงวันนี้ จะใช้เครื่องมือสื่อสารภาคประชาชน (เครื่องแดง) ขนาดความถี่ 245.000 เมกะเฮิรตซ์)

 การ์ด หรือผู้ชุมนุม จะใช้อาวุธอย่างง่าย เช่น ด้ามเสาธง ไม้ กระบอง ท่อ/ท่อน เหล็ก หนังสติ๊ก ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง

 ทั้งนี้การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในพื้นที่การชุมนุม ส่งผลให้ผู้ชุมนุมขาดสติ และแนวโน้มถูกปลุกระดมได้โดยง่าย

 ส่วนเป้าหมายสถานที่ของกลุ่มผู้ชุมนุม มี 3 แห่งคือ บ้านสี่เสาเทเวศร์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถ.พิษณุโลก และ ถ.นครปฐม และ บก.ทบ. (ในกรณีมีการใช้กำลังกับกลุ่มผู้ชุมนุม)

 โดยมีการถ่ายทอดสดสัญญาณภาพทางสถานีโทรทัศน์ พีเพิล แชนแนล เครือข่ายวิทยุชุมชน และอินเทอร์เน็ต

 ท้ายของรายงาน ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในเวทีส่วนภูมิภาคก่อนการชุมนุมในวันที่ 19 กันยายน 2552 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โฟนอินเข้ามา โดยให้นึกถึงเหตุการณ์รัฐประหาร และให้มวลชนไปเข้าร่วมการชุมนุมเพื่อแสดงสัญลักษณ์

 กลุ่มเสื้อแดงจะชุมนุม และยุติการชุมนุมในเวลาที่กำหนด หากไม่มีการใช้ความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่ หรือมือที่สาม

 การขยายพื้นที่การชุมนุมโดยมวลชนไปบ้านสี่เสาเทเวศร์ อาจจะมีบางส่วนเดินทางไปยังหน้า ป.ป.ช. เพื่อแสดงการต่อต้าน ป.ป.ช.ที่ชี้มูลความผิด นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ในกรณีสลายม็อบพันธมิตรเมื่อ 7 ตุลาคม 2551 ที่หน้ารัฐสภา

 ตรงนี้นี่เองที่หน่วยข่าวเตือนว่า อาจจะมีการสร้างสถานการณ์จากกลุ่มผู้ชุมนุมทำให้เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างความไม่ชอบธรรมให้แก่รัฐบาลและเป็นเหตุผลให้การชุมนุมยืดเยื้อ

 บช.น.เตรียมความพร้อมรับมือกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยจะใช้แผน กรกฎ 52 (ที่มีระเบียบปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมที่ชัดเจนกว่าแผนกรกฎ 48)

 โดยจะใช้กำลังตำรวจและทหารรวม 26 กองร้อย (ประมาณ 3,950 นาย) เพื่อควบคุมผู้ชุมนุม พร้อมด้วยเครื่องแอลอาร์เอดี (Long Range Acoustic Device) ซึ่งกำหนดทิศทางของเสียง ได้ในระยะไกล 300-3,000 เมตร ซึ่งเป็นเครื่องมือสากลที่ใช้ในหน่วยงานต่างประเทศ ใช้ในการควบคุมฝูงชนและสลายการชุมนุมไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บถาวร ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน

 เมื่อพิเคราะห์ถึงรายงานของหน่วยข่าวถึงหน่วยเหนือแล้ว จุดที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุไม่คาดฝันมีเพียงจุดเดียวคือ หน้า ป.ป.ช. ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง เพราะหากปล่อยให้เกิดเมื่อใด ก็ "เข้าทาง" คนที่จ้องทำร้ายชาติเมื่อนั้น

ยศวดี หงษ์ทอง