
“พาณิชย์”โต้ประมูลข้าวสต็อกรัฐสองมาตรฐาน
“พาณิชย์”โต้ประมูลข้าวสต็อกรัฐสองมาตรฐาน
นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยวานนี้ (18 ก.ค.) ว่าประเด็นที่เอกชนทำหนังสือค้านถึงศาลปกครอง ตั้งข้อสังเกตว่าการอนุมัติขายข้าวรัฐบาลที่มีการดำเนินงานเป็นสองมาตรฐาน โดยอนุมัติให้กับบริษัทที่มีคดีกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่กลับตัดสิทธิ์อีกบริษัทที่มีคดีเช่นเดียวกัน เนื่องจากเอกสารในวันยื่นประมูล ไม่ได้มีรายชื่อของผู้ที่กระทำผิดในคดีความปรากฏอยู่ แต่ในส่วนของอีกบริษัทที่ตัดสิทธิ์ เนื่องจากวันที่ยื่นประมูลพบข้อมูล
“เราจะตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นประมูล ณ วันที่ทำการเปิดยื่นเอกสาร ซึ่งพบว่าบริษัทที่ถูกตัดสิทธิ์ มีรายชื่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับคดีความกับกรมการค้าต่างประเทศ 20 ปีที่แล้ว เกี่ยวกับสัญญาในโครงการยกระดับราคาหัวมันสำปะหลัง ยืนยันว่าทุกกระบวนการที่ดำเนินงานมีมูลเหตุ สามารถตรวจสอบได้ อีกทั้งการตัดสิทธิ์ก็ทำเป็นขั้นตอน มีการเสนอคณะกรรมการระบายข้าว จนถึง นบข.เห็นชอบ”
ขณะที่ประเด็นการตั้งข้อสังเกตว่ากรมทำหนังสือตัดสิทธิ์ประมูลข้าว บริษัท ทีพีเค เอทานอล จนมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลาง โดยอ้างคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันว่าแบบฟอร์มหนังสือดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบราชการ
“หนังสือทุกฉบับจะมีการใช้ชื่อประธาน นบข.มอบหมายให้รองประธาน นบข.ในการพิจารณาการขายข้าว และก็มีการออกมาหลายร้อยฉบับ เพราะมีการประมูลข้าวสต็อกรัฐบาลจำนวนมาก จึงไม่อยากให้มีการนำเรื่องผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม มาเสนอข่าวจนเป็นกระแสกระทบต่อภาพรวมของประเทศ”
ส่วนกรณีของคลัง บจก.ประสิทธิ์ชัยอุบล (โซลาร์ไรซ์) 2011 หลัง 9 ที่มีผู้กล่าวอ้างว่าขายข้าวคุณภาพดีในราคาที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์นั้น ข้อเท็จจริงคือในการประมูล เมื่อเดือน ก.ค.2559 มีผู้เสนอราคาซื้อกิโลกรัมละ 11.25 บาท แต่ไม่ผ่านเกณฑ์ราคาขั้นต่ำจึงไม่ได้รับอนุมัติให้ขาย และหลังจากการประมูลครั้งนั้น นบข. ให้ชะลอการระบายข้าวทั้งหมด เนื่องจากเป็นช่วงที่ข้าวฤดูใหม่กำลังออกสู่ตลาด
ต่อมาในปี 2560 ได้จัดให้มีการประมูลครั้งที่ 23 เป็นการประมูลขายข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ซึ่งไม่มีการแยกกองขาย แต่เป็นการขายแบบจัดกลุ่มยกคลังตามแนวทางการระบายตามมติ นบข. ครั้งที่ 1/2560 และข้าวในคลังของ บจก.ประสิทธิ์ชัยอุบล (โซลาร์ไรซ์) 2011 หลัง 9 ซึ่งมีข้าวคุณภาพถูกต้องตามมาตรฐาน 2 กอง ที่เหลือไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน และมี 1 กอง เป็นข้าวเสื่อมคุณภาพ จัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 คือ เป็นข้าวระบายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภคของคน ซึ่ง บจก.กาญจนาอาหารสัตว์ เป็นผู้ประมูลได้ในราคากิโลกรัมละ 6.10 บาท
“การดำเนินการระบายข้าวในสต็อกจำนวนมหาศาลจากโครงการรับจำนำของรัฐบาลชุดที่แล้ว เป็นภาระที่รัฐบาลชุดนี้ต้องดำเนินการ เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวในสต็อกเสียหายไปมากกว่านี้”
ส่วนกรณีไม่ตัดสิทธิ์บริษัท พีเอสซี สตาร์ซ โพรดักซ์ จำกัด ที่มีพ.ต.ท.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการของ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งถูกฟ้องในศาลแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากคดีการขายข้าวระหว่างรัฐบาล(จีทูจี)เป็นกรรมการว่าการไม่ตัดสิทธิ์ดังกล่าวขอชี้แจงเบื้องต้นว่าตามเอกสารที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริษัท พีเอสซี สตาร์ช โพรดักท์ จำกัด ในวันที่ยื่นประมูล ไม่มีชื่อคนที่มีปัญหา ทำให้ในวันที่ยื่นประมูลไม่มีเหตุจะปฏิเสธแต่ในเงื่อนไขของการดำเนินการ จะเขียนไว้ชัดว่า ถ้าเมื่อไรที่ตรวจสอบแล้วพบปัญหาเราก็สามารถจัดการได้ แม้จะอนุมัติการประมูลไปแล้วก็ตาม
“เราทำงานกับคนจำนวนมาก ซึ่งเราไม่ได้รู้จักกับทุกคนคนที่อยู่ในวงการเฉพาะกลุ่มอาจจะรู้จักกันการดูแลข้าวที่นำมาประมูล ไม่ใช่แค่คลังเดียว หรือ 2-3 คลัง แต่มีมากถึง 1,700 คลัง คนที่เกี่ยวข้องมีมากมายมหาศาลแต่เจ้าหน้าที่ไม่รู้เรื่อง ซึ่งในวันมีการยื่นประมูลก็ไม่มีชื่อพ.ต.ท.วีระวุฒิ ปรากฏอยู่ในทะเบียนผู้ถือหุ้นไม่มีการตรวจพบอะไรเลย”
แหล่งข่าวกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่ากรณีการระบายข้าวสองมาตรฐานที่เอกชนตั้งข้อสังเกตนั้น ต้องชี้แจงว่ากรณีของบริษัท พี.เอช.ซี.สตาร์ซ โปรดักซ์ จำกัด (มหาชน) วันที่เข้ามายื่นเอกสารประมูลนั้นไม่มีชื่อระบุถึงผู้เกี่ยวข้องกับบริษัทที่เคยมีคดีสร้างความเสียหายกับกรมการค้าต่างประเทศมาก่อน อีกทั้งในส่วนของรายชื่อที่ทางเอกชนกล่าวอ้างว่าเป็นผู้ที่เคยมีประวัติ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดซื้อขายจีทูจีมันสำปะหลัง ตรวจพบว่าคณะกรรมการคนดังกล่าวยังอยู่ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา และยังไม่มีการชี้มูลความผิด
ส่วนประเด็นของบริษัท ที พี เค เอทานอล ที่ถูกตัดสิทธิ์ร่วมประมูลข้าวสต็อกรัฐบาลครั้งนี้ เนื่องจากวันที่เข้ามายื่นเอกสารร่วมประมูลนั้น มีระบุถึงคณะกรรมการที่เคยมีคดีกับกรมการค้าต่างประเทศนั่งเป็นคณะกรรมการในบริษัทด้วย นอกจากนี้ คดีที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการคนดังกล่าวยังถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด และตัดสินโทษที่ต้องชดเชยค่าเสียหายต่อกรมแล้ว จึงถือว่ามีความผิดสิ้นสุดที่ตรวจสอบได้
ขณะเดียวกันนางดวงพร เปิดเผยว่าการเปิดประมูลข้าวเพื่อการบริโภคในสต็อกรัฐบาล รอบสุดท้าย มีผู้เสนอซื้อราคาสูงสุดรวม 11 ราย ประมูลข้าวไป 99.98% ของปริมาณ ที่เปิดประมูลกว่า 1.6 แสนตันจาก 24 คลัง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1,136 ล้านบาท ส่วนที่เหลือไม่มีผู้ประมูลอีกกว่า 100 ตัน เป็นเพียงส่วนน้อยไม่คุ้มค่ากับการขนย้าย และจะนำผลการประมูลดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว หรือ นบข. ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ เพื่ออนุมัติขายต่อไป และจากการประมูลครั้งนี้ทำให้รัฐสามารถระบายข้าวเพื่อการบริโภคจากสต็อกรัฐได้หมดตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ ข้าวในสต็อกรัฐขณะนี้เหลือเพียง การเปิดประมูลข้าวเพื่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และการประมูลเพื่ออุตสาหกรรมที่ไม่สำหรับการบริโภคของคน และสัตว์ รวมปริมาณ 2 ล้าน 6 แสนตัน ซึ่งยังติดคำสั่งศาลปกครองกลางให้ชะลอการประมูล และการขายอยู่ ซึ่งหากสามารถเปิดระบายได้ ก็จะทำให้สามารถระบายข้าวใสสต็อกได้หมดในสิ้นเดือนก.ค.นี้ตามเป้าหมาย และจะลดภาระการจัดเก็บของรัฐ ที่วันละ 5 ล้านบาท และจะช่วยให้กลไกตลาดกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการถูกอ้างชื่อตัดสิทธิบางบริษัทที่เข้าประมูลข้าวว่าต้องไปดูข่าวที่ออกมามากในช่วงนี้ เพื่ออะไรหรือไม่ เพราะคดีความจะมีการนัดไต่สวนพยานปากสุดท้ายในวันที่ 21 ก.ค.นี้ ส่วนที่ระบุว่ามีการอ้างชื่อตนเองหรือรัฐมนตรีนั้น ก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว กติกาต่างๆ ก็เป็นมติของนบข. ซึ่งจำได้ว่าการประชุมครั้งล่าสุด มีการสอบถามว่าในกรณีหากผู้ประมูลถูกขึ้นบัญชีดำจะให้ประมูลหรือไม่ ซึ่งตามมตินบข.คือต้องตัดสิทธิออกไป จึงอาจมีคนยกไปอ้างว่าตนและรมว.เกษตรฯเป็นคนตัดสิทธิ
ส่วนที่พรรคเพื่อไทยอ้างข้อมูลการขายข้าวที่ไม่โปร่งใส นำข้าวคุณภาพที่คนบริโภค ไปขายเป็นอาหารสัตว์ ทำให้มีเงินทอนนับหมื่นล้านนั้น นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า “ตอนนี้อย่าเพิ่งมาให้วุ่นวายเลย ให้นัดสุดท้ายจบดูสิจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราไปขยับเคลื่อนไหว แล้วที่ผ่านมาเราทำทุกอย่างตามขั้นตอน การพิสูจน์ต่างๆ ก็ตรวจสอบทั้งหมดไม่รู้กี่ครั้งแล้วเราตรวจสอบทุกขั้นตอน ตรวจสอบทั้งวิชาการ ดีเอ็นเอ และตรวจสอบจากคลังด้วย เห็นใจคนที่ทำกันบ้างสิ”



