ข่าว

“หมอใจบุญ” รักษาฟรีต่อเนื่องปีที่ 22

“หมอใจบุญ” รักษาฟรีต่อเนื่องปีที่ 22

18 ก.ค. 2560

คลินิก “สนธยาการแพทย์” ยังยืนหยัดเป็นปีที่ 22 รักษาฟรีแก่ผู้ยากไร้ วันที่ 18 ก.ค. และ 5 ธ.ค.ของทุกปี

 

               18 ก.ค. 60  บรรยากาศที่คลินิก “สนธยาการแพทย์” ของนายแพทย์ สนธยา วัฒนโกศล ตั้งอยู่เลขที่ 21 ถนนนิวาศ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ อดีตแพทย์โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ที่ได้ขนานนามว่า “หมอใจบุญ” ได้ร่วมกับคณะแพทย์-พยาบาลจากทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดรวมกว่า 10 จังหวัด เปิดให้บริการตรวจรักษาโรคฟรีทุกวันที่ 18 กรกฎาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่า ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ซึ่งปีนี้ได้เปิดบริการตรวจรักษาฟรีต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 แล้ว ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้าก็ได้มีประชาชน ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ คนชรา และผู้ยากไร้ มาเข้าคิวเพื่อรอรับการตรวจรักษาโรคกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนมากเป็นชาวบ้าน เกษตรกร และกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่มีอาการเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานหนัก นอกจากนั้นยังมีผู้มีจิตศรัทธา และห้างร้านต่างๆ มาร่วมเปิดโรงทานกว่า 40 โรง โดยนำอาหารคาว หวาน น้ำดื่ม แว่นตา มาแจกจ่ายให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้ที่มารับบริการตรวจรักษาโรคฟรีในครั้งนี้ด้วย รวมถึงยังให้บริการตัดผมชาย-หญิงฟรี และบริการนวดแผนโบราณฟรีอีกด้วย

 

“หมอใจบุญ” รักษาฟรีต่อเนื่องปีที่ 22

 

“หมอใจบุญ” รักษาฟรีต่อเนื่องปีที่ 22

 

               นายแพทย์สนธยา วัฒนโกศล อดีตเป็นแพทย์ประจำอยู่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ ได้ลาออกมาเปิดคลินิกนานกว่า 10 ปีแล้ว หลังจากที่สมเด็จย่าสวรรคต เมื่อปี 2539 และได้เปิดให้บริการตรวจรักษาฟรีกับประชาชนที่เจ็บป่วย และมีฐานะยากจน ติดต่อกันเป็นประจำทุกปี ปีละ 2 ครั้ง คือทุกวันที่ 18 กรกฎาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า และวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันพ่อแห่งชาติ โดยใช้งบประมาณส่วนตัวและเพื่อนแพทย์-พยาบาล รวมถึงผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนในการจัดซื้อยาเวชภัณฑ์

 

“หมอใจบุญ” รักษาฟรีต่อเนื่องปีที่ 22

 

               นายแพทย์สนธยา กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ 22 แล้วที่เปิดให้บริการตรวจรักษาฟรี ทั้งยังได้ปณิธานไว้ว่าจะเปิดให้บริการตรวจรักษาโรคฟรีแก่ประชาชนไปตลอดเป็นประจำทุกปีจนกว่าจะหมดลมหายใจ เพื่อเป็นการตอบแทนคุณแผ่นดิน และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่าและพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย โดยหวังว่าการทำความดีในครั้งนี้ จะเป็นการจุดประกายให้คนไทยทั้งประเทศได้หันมาร่วมกันทำความดีเพื่อพ่อหลวงในรูปแบบต่างๆ เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์