
ประธานสภาอินโดต้องสงสัยโกงชาติ
ประธานสภาผู้แทนราษฎรอินโดนีเซีย ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีทุจริตฉาวโครงการของรัฐ
คณะกรรมการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของอินโดนีเซีย (เคพีเค) ระบุชื่อ นายสัตยา โนวานโต ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ต้องสงสัยคดีทุจริตจัดซื้อในโครงการออกบัตรประจำตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำให้ประเทศชาติสูญเสียกว่า 5,000 ล้านบาท
เคพีเค ระบุว่า รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อโครงการนี้ 5.9 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 15,000 ล้านบาท) แต่กว่า 1 ใน 3 ถูกยักยอกกระจายในเครือข่ายนักการเมืองและนักธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการช่วงปี 2552 - 2557
ประธานสภาผู้แทนราษฎรอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประธานพรรคโกลคาร์ หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล เป็นผู้ต้องสงสัยรายที่ 4 ในคดีโกงกินมโหฬารที่กำลังกลายเป็นบททดสอบความเอาจริงเอาจังปราบทุจริตของประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ที่แม้ว่าไม่ได้ถูกโยงเกี่ยวข้องเพราะเป็นโครงการเมื่อหลายปีก่อน แต่มีเจ้าหน้าที่รัฐบาลและพันธมิตรการเมืองของเขาหลายคนติดร่างแห
ปัจจุบัน อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยสองคน ได้แก่ นายอีร์มาน กับ ซูกิฮาร์โต กำลังถูกพิจารณาคดีอยู่ในศาล และอัยการขอให้ศาลตัดสินลงโทษจำคุก 7 ปี กับ 5 ปี การพิจารณาคดีจำเลยทั้งสองนี้ทำให้พบหลักฐานมากพอระบุชื่อผู้ต้องสงสัยคนล่าสุดคือ นายสัตยา โดยเชื่อว่าเขามีบทบาทสำคัญในการวางแผนและจัดซื้ออุปกรณ์ในโครงการบัตรประชาชนแบบใหม่ โดยร่วมมือกับ แอนดี อากุสตีนุส นักธุรกิจและเป็นผู้ต้องสงสัยเช่นกัน เพื่อฉ้อโกงเงินงบประมาณ นอกจากนี้ยังมี ส.ส. กับเจ้าหน้าที่รัฐบาลอีกจำนวนหนึ่งที่อาจถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติม
ก่อนตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีนี้ นายสัตยาเคยพ้นจากตำแหน่งประธานสภามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2558 หลังถูกกล่าวหากรรโชกหุ้นจาก “ฟรีพอร์ต-แมคโมรัน” บริษัทเหมืองยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ เพื่อแลกกับการต่ออายุสัมปทานของบริษัท แต่ต่อมาพ้นข้อหาและได้รับแต่งตั้งกลับมาใหม่ในปีที่แล้ว หากถูกตัดสินมีความผิดในข้อหาล่าสุดอาจถูกลงโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี และปรับอีกพันล้านรูเปียห์
การระบุชื่อประธานสภาเป็นผู้ต้องสงสัยมีขึ้นขณะที่สภาผู้แทนราษฎรเดินหน้าไต่สวนเคพีเคมาตั้งแต่เดือนเมษายน จุดกระแสไม่พอใจในสังคมเพราะมองว่าสภาพยายามบั่นทอนหน่วยงานปราบทุจริต ขณะกำลังขุดคุ้ยโครงการทุจริตบัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์



