ข่าว

บรรยากาศสักการะพระบรมศพวันที่ 258

บรรยากาศสักการะพระบรมศพวันที่ 258

18 ก.ค. 2560

ในหลวง ร.9 เป็นดวงใจ เป็นชีวิต เป็นจิตวิญญาณของคนไทย

บรรยากาศสักการะพระบรมศพวันที่ 258

          วันที่ 18 ก.ค. 2560 บรรยากาศในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดระยะเวลา 70 ปีทรงครองราชย์ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นวันที่ 258 ยังคงมีประชาชนจากทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดพะเยา, จังหวัดปัตตานี, จังหวัดสกลนคร, จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดนนทบุรี เป็นต้น เดินทางมาเข้าแถวรอกราบตั้งแต่เช้ามืด

บรรยากาศสักการะพระบรมศพวันที่ 258

ชลัยพร เลขะสมาน

          เพราะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นดวงใจ เป็นชีวิต เป็นจิตวิญญาณของคนไทย คือเหตุผลให้ น.ส.ชลัยพร เลขะสมาน อาชีพธุรกิจส่วนตัววัย 60 ปี เดินทางมาจากบางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อมาสักการะพระบรมพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 จนนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่าในช่วง 100 วันแรกเดินทางมาเกือบทุกวัน ลาหลังจากนั้นจะเดินทางมาสัปดาห์ละครั้งเป็นอย่างน้อย ที่ปฏิบัติเช่นนี้เพราะตอนที่ทรงมีพระชนม์ชีพ ทรงเสด็จฯ ไปทรงงานในพื้นที่ห่างไกลตลอดเวลา และตัวเองก็ไม่เคยมีโอกาสได้เฝ้าฯ รับเสด็จ ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสเดียวและโอกาสสุดท้ายได้มาเข้าเฝ้าพระองค์อย่างใกล้ชิด จึงอยากทำให้มากที่สุด

          “สำหรับตัวเองในหลวงรัชกาลที่ 9 เปรียบเสมือนพระโพธิสัตว์เดินดิน ทรงให้อย่างเดียวเลย ให้โดยที่ไม่เคยหวังว่าประชาชนจะตอบแทนพระองค์  พระองค์ท่านไม่สนพระทัยตรงนั้นเลย ทรงสนอย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนทั้งแผ่นดินอยู่ดีมีสุข หลายครั้งที่ชีวิตตัวเองต้องเผชิญปัญหา มีคำถามที่ต้องคิด เมื่อถึงจุดตีบตันไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ ตัวเองจะนั่งมองพระบรมฉายาลักษณ์ซึ่งวางไว้บนหิ้งพระ ช่วยทำให้จิตนิ่งและมีสมาธิ ขณะเดียวกันก็มองย้อนกลับไปที่พระองค์ทรงงานอย่างเหน็ดเหนื่อยเพียงใด เมื่อกลับมาที่ปัญหาของตัวเองจะรู้สึกได้ทันทีว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับพระองค์ ที่สุดก็ทำให้เราผ่านอุปสรรคต่างๆ มาได้ทุกครั้ง เนื่องจากตัวเองประกอบอาชีพค้าขาย จึงน้อมนำคำสอนเกี่ยวกับเรื่องความไม่เอาเปรียบผู้อื่นมาใช้ อย่าง สินค้าดีก็บอกดี สินค้ามีตำหนิขายตามสภาพที่ควรจะเป็น นอกจากพระองค์ยังทรงเป็นต้นแบบในเรื่องความไม่โกรธไม่เกลียด ไม่ใจร้อน ไม่วู่วาม ไม่เคยเห็นว่าทรงมีพระราชดำรัสติเตียนผู้ใดเลย ในข้อเหล่านี้ตัวเองก็ได้น้อมนำมาปฏิบัติด้วยเช่นกัน  รวมถึงส่งต่อไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานอีกด้วย เพราะเชื่อว่า ในสังคมถ้าเราไม่เอาเปรียบกัน ไม่โกรธไม่เกลียดกัน จะเป็นสังคมที่ร่มเย็นเป็นสุข” น.ส.ชลัยพร กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความรักความเทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างเต็มเปี่ยม

บรรยากาศสักการะพระบรมศพวันที่ 258 พิกุล เปรมศิริ

          ขณะที่ข้าราชการครูบำนาญ นางพิกุล เปรมศิริ อายุ 64 ปี ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดพะเยาพร้อมๆ กับคณะครูบำนาญในจังหวัดเดียวกัน เผยว่า เพิ่งมีโอกาสได้มากราบสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งแรก รู้สึกปลื้มปีติที่ได้มาครั้งนี้ แม้ว่าก่อนหน้านี้สมัยที่ยังไม่ทรงประชวร พระองค์เสด็จฯ ไปที่จังหวัดพะเยาบ่อยมากถึง 23 ครั้ง ส่วนใหญ่จะเสด็จฯ ไปทรงช่วยเหลือประชาชนบนพื้นที่สูง ทรงช่วยสร้างอาชีพให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้นมาจนถึงวันนี้ ตัวเองในฐานะข้าราชการครู ก็มีพระองค์ทรงเป็นต้นแบบในหลายด้าน ได้แก่ การครองตน การรู้จักหน้าที่ของตัวเอง ความรู้รักสามัคคีรวมถึงการน้อมนำแนวพระราชดำริเรื่องความพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตด้วย