ข่าว

รายงาน-แดงฝ่อ !

รายงาน-แดงฝ่อ !

17 ก.ย. 2552

ในที่สุด ”รัฐบาลประชาธิปัตย์“ ก็เดินหน้างัดกฎหมายพิเศษ ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในพื้นที่เขตดุสิต ระหว่างวันที่ 18-22 ก.ย.นี้จนได้

 ภายหลังประเมินแล้วว่าการชุมนุม "แดงทั้งแผ่นดิน" ภายใต้การนำของสามเกลอ “วีระ- จตุพร-ณัฐวุฒิ” ส่อเค้ารุนแรง จากการปลุกแนวร่วมมวลชนออกมาต่อต้านขับไล่รัฐบาล

 เพราะจากการข่าวเชิงลึก บวกกับการเตรียมแผนรับมือของกองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็นไปในทิศทางที่สอดรับกัน ในทำนองเป็นสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ

 พร้อมกับแสดงความหนักใจว่าอาจมีการสร้างสถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการลอบวางระเบิด ก่อวินาศกรรม หรือลอบสังหารบุคคลสำคัญ

 ขณะที่ “เทพเทือก" สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ก็ออกมาปูดข่าวกรองบานปลายถึงขั้น พบว่ามีความเคลื่อนไหวของคนบางกลุ่มที่มีแผนจะก่อวินาศกรรม ซึ่งรวมทั้งการบุกปิดล้อมสนามบิน

 แก้เกมด้วยการ โยนภาพผู้ร้าย ตัวป่วน ผลักกระแสลบไปยังคนเสื้อแดง ขณะเดียวกันก็ดักทางด้วยการ ดึงเอากระแสสังคมมาเคียงข้าง

 ชูภาพรัฐบาลยึดหลัก ”นิติรัฐ” ยืนตามกฎหมายเป๊ะ!

 ท่ามกลางการจับตาท่าทีของรัฐบาลต่อม็อบเสื้อแดง จากกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตัดสินคดีสลายการชุมนุม 7 ตุลาคม 2551 ที่อดีตหัวหอกฝ่ายความมั่นคงในรัฐบาล ”สมชาย วงศ์สวัสดิ์“ โดนสังเวยไปก่อนหน้านี้

 งานนี้ว่ากันว่า กลุ่มนปช.ทั้งในส่วนของสามเกลอ แกนนำในซีกอดีตส.ส.ไปจนถึง “แกนนำระดับหัวหน้าม็อบเสื้อแดงตัวจริงที่ดูไบ” ประเมินสถานการณ์รบของคนเสื้อแดงรอบนี้

 อยู่ในภาวะ "ตกเป็นรอง” ทั้งในทางศึกและสงคราม

 เนื่องจากยุทธศาสตร์และเงื่อนไขการชุมนุมที่วางแผนไว้ก่อนหน้านี้ ถูกลดทอนความแรงด้วยปัญหาภายในของกลุ่มคนเสื้อแดงเอง

 จากกรณีความขัดแย้งระหว่างแกนนำในซีกแดงทั้งแผ่นดินของ ”สามเกลอ” และ "แดงสยาม" ของฝั่ง จักรภพ เพ็ญแข จนทำให้ ”นายใหญ่ทักษิณ” ต้องลงมาแก้ปัญหา บริหารบนความขัดแย้ง

 ด้วยการส่งอดีตส.ส.สายตรงดูไบ อย่าง "นิสิต สินธุไพร” อดีตกก.บห.พปช. ลงมาตั้งโรงเรียนการเมือง พร้อมปรับรูปแบบเป็น "การนำหมู่” ลดบทบาท ”หัวหอกสามเกลอ” ไปโดยปริยาย

 ขณะที่เหตุผลในเรื่องของกระแส ที่ "กลุ่มเสื้อแดง” จะใช้เป็นเงื่อนไขในการโค่นล้ม "รัฐบาลอภิสิทธิ์”ก็ดูเหมือนจะยังไม่สุกงอมได้ที่

 ถูกรัฐบาล ”ปลดล็อก” ไปได้ทีละเปลาะ ไม่ว่าจะเป็น กรณีคลิปเสียงนายกรัฐมนตรี การแก้รัฐธรรมนูญ หรือแม้แต่การแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่

 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การงัดเอาพ.ร.บ.มั่นคง ออกมาใช้คุมพื้นที่โดยรอบเขตดุสิต ซึ่งมีขอบเขตการบังคับใช้ครอบคลุมการชุมนุมในบริเวณหน้ารัฐสภา

 ไม่นับกรณีที่ล่าสุด “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย“ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ประกาศจัดโครงการไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง” ทั่วประเทศ 18 กันยายน-4 ธันวาคม ปลุกพลังเงียบทั่วประเทศ

 ยิ่งส่งผลให้การขยับเขยื้อนของคนเสื้อแดงทำได้ยากมากขึ้น

 ทั้งๆ ที่มีรายงานข่าวมาก่อนหน้านี้ว่า ยุทธศาสตร์ที่แกนนำเสื้อแดงวางเกมไว้เป็นเป้าหลักการชุมนุมรอบนี้ คือการจ้องอาศัยช่วงที่สังคมกำลังตั้งคำถามเปรียบเทียบบรรทัดฐาน การชี้มูลความผิดของป.ป.ช.ในกรณี 7 ตุลา 51

 กับท่าทีของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ในการบังคับใช้พ.ร.บ.มั่นคง จัดการกับคนเสื้อแดงครั้งนี้

 โดยใช้ "แผนแหย่รังแตน" จัดทัพเครือข่ายแดง โดยเฉพาะแดงฮาร์ดคอร์ วางหลุมพรางยั่วยุให้รัฐบาลใช้กำลังตำรวจจัดการกับม็อบแบบรุนแรง ให้สังคมได้เห็น

 หวังยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คือ สะท้อนปฏิกิริยาของตำรวจที่มาคุมม็อบ ซึ่งเชื่อว่ามีคลื่นใต้น้ำที่ไม่พอใจ การแต่งแต่งผบ.ตร.คนใหม่

 และการตัดสินของป.ป.ช. อาจ "ใส่เกียร์ว่าง” เปิดทางให้ ก่อนการชุมนุมบานปลาย หรือรุนแรงถึงขั้นเป็นช่องโหว่ให้มือที่สามเข้ามาก่อสถานการณ์

 ขณะเดียวกันก็ต้องการ "ลองของ” กฎหมายความมั่นคง ซึ่งหากรัฐบาลเข้าทาง ก็อาจเป็นโอกาสดึงสังคมกลับมาเป็นแนวร่วม ทำนองว่า แฉธาตุรัฐใช้ความรุนแรง

 แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อเดาทางออกว่าไปไม่รอดแน่ ท่าทีล่าสุดของ”ทักษิณ" จึงออกมาส่งสัญญาณอ่อนลง

 ประกาศสงบศึก ยอมหันหน้าเจรจา ปรามเสื้อแดง ชุมนุมอย่างสันติ ปล่อยไก่คิดว่ารัฐบาลประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จัดรายการวิทยุผ่านทางThaksinlive.com ก่อนหน้าที่กลุ่มเสื้อแดงจะชุมนุมอีกไม่กี่วัน

 เบรกกระแสแดงเดือด ปรับภาพลักษณ์ใหม่ ยึดหลักสันติสุขของประเทศ

 "3 ปีที่ผ่านมาบอบช้ำพอหรือยัง เราแตกแยกกันมากพอหรือยัง อยากเป็นประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียวไหม เรียกร้องให้หันหน้าเข้าหากันอย่างสันติสุข รบราต่อไป ฟ้องร้องกล่าวหากันต่อไป ไม่มีผลดีกับใครเลย ใครไปสั่งการความรุนแรงอะไรไว้ก็มีคนอัดเทปมาเปิด ถ้าเราต่อสู้กันต่อไปคนไทยจะลำบากไปมากกว่านี้" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

 งานนี้ เห็นได้เลยว่าฝ่ายกองกำลังเสื้อแดง ฝ่อลงอย่างเห็นได้ชัด !!!

 ณยา ใจกาวัง