
สุนัขจิ้งจอกเฝ้าเล้าไก่
ก่อนหน้านี้ผมเคยพูดถึงการเข้าถึงชั้นข้อมูลพื้นฐานบุคคล สำนักทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้กลายเป็นช่องให้มิจฉาชีพในเครื่องแบบอาศัยเป็นหนทางแสวงหาประโยชน์ ยังไม่ทันไรก็มีคดีปาระเบิดบ้านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช
การจะปรักปรำทั้งสองว่าเกี่ยวข้องด้วยทั้งที่ยังไม่พิสูจน์คงไม่เป็นธรรมนัก แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมถึงต้องเข้าไปดูข้อมูลส่วนตัวของ ป.ป.ช.ทั้ง 9 ท่านด้วย ?
ตำรวจชุดคลี่คลายคดีนี้ต้องตรวจสอบให้กระจ่าง แล้วตอบคำถามกับประชาชนให้ได้ว่า ทั้งสองเข้าไปดูเพื่ออะไร มีเหตุจำเป็น หรือหน้าที่อย่างไร และนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้เพื่อการใด ที่สำคัญต้องได้คำตอบในทุกประเด็น อย่าปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป โดยคิดว่าไม่ใช่เรื่องร้ายแรงใหญ่โต หรือช่วยเหลือปกปิดด้วยเห็นว่าเป็นเลือดสีเดียวกัน
การที่ใครสักคนที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดูข้อมูลอย่างผิดปกติ แล้วคล้อยหลังไม่กี่วันก็เกิดระเบิดขึ้นที่บ้านท่านวิชา หากมองในภาพรวม ไม่เฉพาะแค่บริบทของเหตุที่เกิดกับ ป.ป.ช. พฤติกรรมลักษณะนี้ย่อมหมายถึงการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง ขนาด ป.ป.ช.ซึ่งล้วนแล้วแต่ผู้ทรงคุณวุฒิในบ้านเมืองยังถูกกระทำได้ถึงเพียงนี้ แล้วถ้าเป็นประชาชนตาดำๆ อย่างตาสีตาสาจะเป็นอย่างไร หากมีตำรวจที่ประพฤติมิชอบเข้าไปตรวจหาข้อมูล แล้วนำไปใช้ในทางมิถูกมิควร
บางคนมองว่าเป็นแค่ข้อมูลพื้นฐาน ชื่อ-นามสกุล บ้านที่อยู่ พ่อแม่ พี่น้อง หมายเลขโทรศัพท์ และทรัพย์สินที่ครอบครอง จะสร้างความเสียหายได้สักแค่ไหน แต่ในข้อเท็จจริงแล้วข้อมูลที่ว่านี้แหละมันมีประโยชน์มากมายมหาศาล ไม่ต้องอะไรมาก หากอยากจะข่มขู่คู่กรณีสักคนให้หวาดกลัว แค่ส่งคนไปด้อมๆ มองๆ โทรไปข่มขู่คุกคาม หรือขับรถผ่านหน้าบ้านสักสัปดาห์เชื่อว่าคนในบ้านก็กริ่งเกรงถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแล้ว เหมือนกับที่บรรดาแก๊งปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหดใช้อยู่นั่นไง สร้างความหวาดกลัวให้ลูกหนี้ไม่รู้เท่าไร
สุนัขจิ้งจอกที่เฝ้าเล้าไก่จะอดใจไม่กินไข่ได้นานสักเท่าไร ทางที่ดีหาทางขับไล่ไปเสียให้พ้นๆ ดีกว่าครับ ไม่เช่นนั้นพอเกิดเรื่องขึ้นทีเราก็หยิบยกมาพูดที ไม่รู้จบสิ้น !?!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



