ข่าว

อย่ากินจิงโจ้เลย

อย่ากินจิงโจ้เลย

17 ก.ย. 2552

กิตติศัพท์เรื่อง การเปิบพิสดาร ของคนจีนนั้นเลื่องระบือไกล โดยเฉพาะคนกวางตุ้ง ที่ถึงกับมีคำกล่าวว่า กินทุกอย่างที่มี 4 ขายกเว้นโต๊ะ และกินทุกอย่างที่มีปีก ยกเว้นเครื่องบิน

 คราวนี้ สัตว์ที่ตกเป็นเหยื่อการเปิบพิสดารของชาวจีน ได้แก่ จิงโจ้ เจ้าสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องที่เป็นสัตว์พื้นถิ่นของประเทศออสเตรเลีย

 ก่อนหน้านี้ รัสเซียเคยเป็นตลาดส่งออกเนื้อจิงโจ้รายใหญ่ของออสเตรเลียมาก่อน แต่อยู่ดีๆ ทางการมอสโกก็สั่งห้ามการนำเข้าเนื้อจิงโจ้ นับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าเป็นห่วงเรื่องความสะอาด

 เมื่อนักชิมรัสเซียวางมือไป ผู้ค้าเนื้อจิงโจ้ก็เลยหันไปจีบนักเปิบพิสดารชาวจีนแทน โดยประธานสมาคมอุตสาหกรรมจิงโจ้ คาดการณ์เอาไว้ว่า จีนจะเริ่มนำเข้าเนื้อจิงโจ้ไปบริโภคในครึ่งแรกของปีหน้า

 ในขณะที่พ่อค้าเนื้อจิงโจ้ยินดีปรีดาที่จะได้ลูกค้ารายใหม่ แต่เรื่องนี้กลับทำให้สมาคมจิงโจ้ออสเตรเลียเกิดอาการปริวิตก โดย นิกกี้ ซุตเทอร์บาย ผู้ประสานงานของสมาคม บอกว่า จิงโจ้เป็นสัตว์ที่ให้กำเนิดลูกช้า แล้วจำนวนจิงโจ้ที่มีอยู่ในปัจจุบันก็เข้าขั้นวิกฤติแล้ว จึงทำให้สมาคมเป็นห่วงว่าจะเกิดอะไรตามมา หากจีนเปิดประตูรับเนื้อจิงโจ้

 ตอนนี้ทางสมาคมกำลังพยายามกระตุ้นให้ผู้บริโภค และประชาคมโลกช่วยกันบอยคอตเนื้อจิงโจ้ แบบเดียวกับการคัดค้านการฆ่าแมวน้ำ และการค้าสัตว์อื่นๆ ที่โหดร้าย

 ซุตเทอร์บายบอกว่าจิงโจ้มักจะถูกฆ่าอย่างโหดร้ายทารุณ โดยลูกจิงโจ้ที่มีศัพท์เฉพาะเรียกว่า "โจอี้" นั้น มักจะถูกทุบจนตาย

 คนดังที่ออกมาค้านเรื่องนี้สุดตัวคือ บ๊อบ เออร์วิน บิดาของ สตีฟ เออร์วิน พิธีกรรายการอนุรักษ์ธรรมชาติชื่อดังชื่อ "ครอคโคไดล์ ฮันเตอร์" ที่ออกมาวิงวอนชาวจีนว่าอย่านำเข้าเนื้อจิงโจ้เลย เพราะจิงโจ้นั้นมีคุณค่าในฐานะสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว มากกว่าในฐานะเนื้อสัตว์ประเภทหนึ่ง

 บ๊อบยังได้ชวนเชิญชาวจีนว่ามาดูจิงโจ้กันเถอะ แต่อย่ากินมันเลย โดยกล่าวประโยคเด็ดเอาไว้ว่า

 "เรายังไม่กินแพนด้าของคุณเลย เพราะฉะนั้น ได้โปรด อย่ากินจิงโจ้ของเราเลย"

ทัศนีย์ สาลีโภชน์