ข่าว

จ่อฟันวินัยวินัย 50 จนท.เอี่ยวค้ามนุษย์

จ่อฟันวินัยวินัย 50 จนท.เอี่ยวค้ามนุษย์

17 ก.ค. 2560

เอ็นจีโอหอบหลักฐานยื่นปลัดยธ. ขอให้ส่งดีเอสไอดำเนินคดีพนักงานอสบสวนบิดสำนวนคดีค้ามนุษย์ ซักซ้อมคำให้การพยาน. อุปโลกน์เด็กเชียร์แขกเป็นเจ้าของซ่อง

         17 ก.ค.60 นายรณสิทธิ์ พฤกษาชีวะ ผอ.ฝ่ายสืบสวน องค์กรพัฒนาเอกชนด้านการปราบปรามการค้ามนุษย์ (NVADER) เข้ายื่นหนังสือถึงนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผ่านนายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้มีการตรวจสอบกระบวนการสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดค้ามนุษย์ที่ไม่เป็นธรรม บิดเบือนข้อเท็จจริง กรณีการจับกุมสถานบันเทิงย่านสะพานควาย กระทำผิดฐานค้ามนุษย์ แต่ปรากฎว่าในชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนทำความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาหลัก ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ คนคุมร้าน หรือเอเย่นต์ขายประเวณีเด็ก ส่งผลให้ในชั้นอัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาหลักด้วย

          "ในคดีนี้การซักซ้อมผู้เสียหายซึ่งเป็นเยาวชนเกี่ยวกับคำให้การในชั้นพนักงานสอบสวนว่าไม่ได้ถูกบังคับให้มาขายบริการทางเพศ ไม่รู้จักว่าใครเป็นเจ้าของกิจการ หรือคนคุมร้าน ส่งผลให้มีการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหลักในคดี ทั้งที่มีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของฝ่ายปกครอง ซึ่งบันทึกการเข้าออกของบุคคลที่เป็นเจ้าของกิจการตัวจริง ทำให้คดีสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่เป็นคนเชียร์แขก ซึ่งถูกจับกุมซึ่งหน้าพร้อมเงินของกลางที่เจ้าหน้าที่ใช้ในการล่อซื้อ จากนั้น ได้มีการอุปโลกน์ให้ผู้ต้องหาดังกล่าว รับสมอ้างเป็นเจ้าของกิจการ ต่อมาในชั้นศาลเยาวชนได้ขึ้นเบิกความเป็นพยานว่า ในชั้นสอบสวนมีการซักซ้อมคำให้การให้ผิดไปจากข้อเท็จจริง นอกจากนี้ ยังมีการตัดเงินค่าสินไหมทดแทนของผู้เสียหายที่ถูกล่อลวงมาค้ามนุษย์ด้วย"นายรณสิทธิ์กล่าว

          นายรณสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ขอให้กระทรวงยุติธรรมรับเรื่องไว้ดำเนินการใน 2 ส่วน ส่วนแรกฐานะที่เป็นคณะอนุกรรมการติดตามการดำเนินการทางวินัยและการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ และส่วนที่ 2 เป็นการดำเนินในทางคดีก็ขอให้กระทรวงยุติธรรมสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปร่วมสอบสวนเพื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์ เพื่อดำเนินการอย่างจริงจัง ซึ่งจะส่งผลดีต่อสถานะประเทศไทยในคดีค้ามนุษย์ ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดอันดับประเทศที่มีปัญหาการค้ามนุษย์ โดยในปีนี้ไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเทียร์ 2 หรือเป็นประเทศที่ต้องเฝ้าระวังการค้ามนุษย์

           ด้านนายวิศิษฎ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องการค้ามนุษย์นั้น นายกรัฐมนตรีได้กำหนดเป็นนโยบายแห่งชาติ ซึ่งในวันนี้กระทรวงยุติธรรมจะมีการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามการดำเนินการทางวินัยและการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ หากดำเนินการจับกุมแล้วจะต้องจัดการให้ได้ หลังรับเรื่องก็จะส่งให้ดีเอสไอเข้าไปดำเนินการ เชื่อว่าจะได้ข้อเท็จจริงในเร็วๆนี้ ทั้งนี้ ส่วนเรื่องที่มีการซักซ้อมคำให้การของผู้เสียหายนั้น ตนยังไม่ได้ดูรายละเอียด แต่หากมีกลไกของรัฐเข้าไปบิดเบือนก็เป็นหน้าที่ทางหน่วยงานที่จะต้องดำเนินการทางวินัย ส่วนเรื่องการทุจริตก็จะต้องเข้าไปต้องดำเนินการต่อไป 

         แหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า รายงานที่จะเสนอในที่ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามการดำเนินการทางวินัยและการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ระบุถึงหลักฐานความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์จำนวน 50 ราย  ซึ่งรายชื่อทั้งหมดก็ปรากฎทริบรีพอร์ตเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่รัฐทั้ง 50 คน มีทั้งอาจารย์โรงเรียน ทหาร และตำรวจ ที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงหลายแห่ง รวมถึงร้านนาตาลี ซึ่งมีบทบาทเป็นทั้งเจ้าของกิจการค้าประเวณี หรือมีชื่อรับส่วยจากสถานประกอบการ โดยมีหลักฐานชัดเจนเป็นเงินโอนเข้าบัญชี หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อในระบบลงทะเบียน หรือปรากฎภาพที่บันทึกจากกล้องวงจรปิดว่าเข้ามาเก็บส่วยรายเดือน 

        แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า  ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งรับส่วยโดยมีชื่อในบัญชีเป็นอักษรย่อ หรือจ้างผู้อื่นให้มาเปิดบัญชีรับส่วยแทนยังอยู่ระหว่างการดำเนินการสืบสวนสอบสวน โดยเฉพาะเส้นทางการเงิน ซึ่งเชื่อว่าจะมีชื่อเป็นผู้รับผลประโยชน์รายสุดท้าย นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐบิดเบือนสำนวน โดยแก้ผลการตรวจมวลกระดูกของเด็กที่ถูกนำมาค้าประเวณีให้มีอายุเกิน 18 ปี ทั้งที่บางรายอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น ซึ่งข้อเท็จจริงของเรื่องนี้ไปปรากฎในชั้นศาล และถูกส่งเรื่องมาให้ดีเอสไอสอบสวน สำหรับกรณีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปซื้อบริการทางเพศเด็กต่ำกว่าอายุ 18 ปี จะเสนอให้ที่ประชุมทราบด้วยว่า สมควรต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาค้ามนุษย์เพิ่มจากความผิดอาญาด้วยหรือไม่