
ดันอุตฯบันเทิงไทยแซงหน้าเกาหลีเล็งจัดงานใหญ่
"พาณิชย์" หนุนจัดงานบันเทิงระดับเอเชีย หวังเพิ่มรายได้อุตสาหกรรมบันเทิงไทยเป็น 3.2 แสนล้านใน 2 ปี พร้อมตั้งเป้าแซงหน้าเกาหลีภายใน 5 ปี ชี้ไทยมีความได้เปรียบหลายด้าน เล็งใช้งบจากโครงการไทยสร้างสรรค์ 2 หมื่นล้าน
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน "ไทยแลนด์เอ็นเตอร์เทนเม้นท์เอ็กซโป 2009" โดยยืนยันว่า รัฐบาลจะส่งเสริมอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบภายใต้โครงการไทยสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายที่จะให้ปี 2553 เป็นปีแห่งการจัดกิจกรรมด้านบันเทิงในระดับเอเชีย ขณะเดียวกันได้กำหนดเป้าหมายความสำเร็จด้านรายได้ โดยคาดว่าไทยจะมีรายได้จากอุตสาหกรรมบันเทิงเพิ่มขึ้นจาก 1.6 แสนล้านบาท เป็นไม่น้อยกว่า 3.2 แสนล้านบาท ภายในระยะ 2 ปี
นอกจากนี้ ยังกำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ว่า ภายใน 5 ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมบันเทิงของไทยจะขึ้นเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย แซงหน้าเกาหลีใต้ที่เป็นผู้นำตลาดอยู่ในปัจจุบัน
นายอลงกรณ์กล่าวว่า จุดแข็งของอุตสาหกรรมบันเทิงของไทยที่จะสามารถชนะเกาหลีใต้ได้ คงขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่ชัดเจนในการส่งเสริมอุตสาหกรรมบันเทิง โดยจะใช้งบภายใต้โครงการไทยสร้างสรรค์ ที่มีกว่า 2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้เปรียบเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม ภูมิประเทศ พื้นฐานอุตสาหกรรมบันเทิงของไทยยังเข้มแข็ง แต่ที่ผ่านมา ยังขาดทิศทางในการพัฒนา
ด้านนายมนัส สร้อยพลอย รักษาการรองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบการกว่า 200 ราย ว่า เพื่อต้องการให้ผู้ประกอบการเล็งเห็นระเบียบข้อกฎหมายและอีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้ประกอบการเสนอแนะในเรื่องต่างๆ เพื่อไปทบทวนกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการที่จะมีการปรับปรุงแต่ละปี
โดยกฎหมายฉบับดังกล่าวใช้มาแล้วเกือบ 11 ปีแล้ว โดยดูแลราคาสินค้าและบริการให้เป็นธรรมไม่ขาดแคลน ในแต่ละปีจะมีการทบทวนมาตรการและข้อกำหนดในการดูแลผู้บริโภคด้านราคาและปริมาณสินค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและปัญหาราคาที่เกิดขึ้นตั้งแต่มาตรการเบาไปจนถึงมาตรการหนัก เช่น ติดป้ายแสดงราคาสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อ และเกษตรกรเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจขาย



