
เตือนภัย! 18มงกุฏหลอกตุ๋นทรัพย์
อุทาหรณ์ !! สองตายายสุดเจ็บใจถูกแก๊ง 18 มงกุฏอ้างเป็นนายทุนหาซื้อที่ดิน ก่อนออกอุบายหลอกให้นำที่ดินไปจำนำเพื่อเอาเงิน 1 แสนบาทมาร่วมลงทุน สุดท้ายเชิดเงินหนี
วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากนายชิต สุดพุ่ม อายุ 65 ปี และนางนิยม สุดพุ่ม อายุ 65 ปี ว่าถูกกลุ่มแก๊งต้มตุ๋นหลอกให้เอาที่ไปจำนำแล้วหลอกให้นำเงินเข้าร่วมลงทุนซื้อที่ และยังหลอกเอาสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทพร้อมพระเลี่ยมทองไป แล้วทิ้งสองตายายไว้ข้างทาง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และได้แจ้งความไว้กับ ร.ต.อ.บุญหลาย อินเอี่ยม รองสว.(สอบสวน) ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี
นายชิต และนางนิยม สุดพุ่ม เล่าว่าก่อนวันที่จะเกิดเหตุได้มีผู้หญิงอายุประมาณ 35-40 ปี แต่งตัวดีเข้ามาสอบถามหาซื้อที่ดินแต่ตนทั้งสองบอกไม่ขาย และไม่ได้สุงสิงเพราะกลัวว่าจะเป็นมิจฉาชีพ หลังจากนั้นผู้หญิงคนเดิมก็กลับมาอีกครั้งโดยอ้างว่าจะมาหาซื้อที่ให้นายทุน นายชิตจึงแนะนำไปว่ามีเพื่อนจะขายอยู่ ผู้หญิงคนดังกล่าวก็ฝากฝังให้เป็นธุระจัดการเรื่องรายละเอียดที่ดินไว้ เดี๋ยวจะพานายทุนมาซื้อ ผ่านไปไม่กี่วันกลุ่มมิจฉาชีพก็กลับมาอีกครั้งทำทีเร่งรัดให้นายชิตและนางนิยมพาไปดูที่ดินที่จะขาย แต่เมื่อไปถึงกลางทางผู้หญิงคนดังกล่าวกลับบอกว่าเดี๋ยวไปดูที่ดินแปลงอื่นก่อน โดยทำทีแวะร้านค้าริมทางก่อนจะกลับขึ้นรถมาคุยกับเพื่อนร่วมทีมว่าเสียดายเจ้าของที่ดินแปลงที่จะไปดูเพิ่งกลับไป แต่ไม่เป็นไรมาลุงกับป้าคนพื้นที่น่าจะรู้จัก
เมื่อไปถึงที่ดินแปลงดังกล่าวก็ได้โทรนัดแนะกับทีมงานที่แสดงตัวเป็นเจ้าของที่ดินและนายหน้ากำมะลอให้เดินทางมาตกลงราคากัน ไม่นานทั้งเจ้าของที่ดินและนายหน้าก็มาถึงก็ทำทีตกลงราคาและขอให้นายทุนวางมัดจำ 5 แสนบาท ตัวนายทุนก็ไม่รอช้ารีบนำเงิน 5 แสนบาทมาวางมัดจำทันทีและขอดูโฉนดที่ดิน ตัวเจ้าของที่จึงตอบกลับมาว่าได้ไปจำนองไว้ที่ร้านทองต้องนำเงินไปถ่ายถอนมาก่อน จากนั้นกลุ่มมิจฉาชีพก็เริมออกอุบายให้นายชิตและนางนิยมมาร่วมซื้อที่โดยเสนอผลกำไรให้เท่าตัว นายชิตจึงตอบปฏิเสธไปว่าไม่มีเงินและขอให้ไปส่งบ้าน กลุ่มมิจฉาชีพก็เดินทางไปส่งตามคำขอ แต่ในระหว่างทางก็ช่วยกันพูดจาหว่าล้อมจนนายชิตและนางนิยมคล้ายตาม กลับไปเอาโฉนดที่ดินเข้าจำนอง จำนำเพื่อหาเงินมาให้เป็นเงิน 1 แสนบาท
เมื่อนายชิตหาเงินได้ก็มอบเงินให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ กลุ่มมิจฉาชีพก็พาไปที่ร้านทองแห่งหนึ่งย่านนาเกลือเพื่ออ้างว่าจะไปถ่ายเอาโฉนดที่ดินออกมา แต่เมื่อไปถึงผู้ถือเงินก็ขอลงจากรถก่อนเพื่อเดินไปรอที่ร้านทอง นายชิตและนางนิยมจึงลงตามไปด้วย เมื่อเดินไปถึงร้านทองที่ได้นัดกันไว้กับไม่พบทั้งตัวเจ้าของที่และนายทุน จึงสอบถามกับเจ้าของร้านจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดมาติดต่อขอไถ่ถอนที่ดิน จึงแน่ใจว่าโดนหลอกอย่างแน่นอน หลังจากนั้นก็มารู้ว่านางนิยมก็โดนหนึ่งในกลุ่มมิจฉาชีพหลอกให้เอาสร้อยทองหนัก 2 บาทพร้อมกับพระเลี่ยมทองไปด้วย โดยอ้างว่านายชิตให้นำมารวมซื้อที่ดิน จึงรีบเดินทางกลับบ้านและเข้าแจ้งความกับตำรวจดังกล่าว
ทั้งนี้ นายชิตและนางนิยมยังฝากเตือนประชาชนด้วยว่า หากมีกลุ่มคนท่าทางแปลกๆเข้ามาในลักษณะนี้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพอย่างแน่นอน ทั้งที่ตนเองทั้งสองก็อาศัยอยู่ไกลจากหมู่บ้านและระมัดระวังตัวเป็นอย่างดี เพราะรู้ว่าในเขตพื้นที่ห้วยใหญ่นั้นมีกลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวงชาวบ้านจะสูญทรัพย์กันหลายราย แต่ก็คิดว่าภัยจะมาถึงตัวพลาดท่าเสียทีจนเสียทรัพย์ให้มิจฉาชีพ และยังต้องหาเงินใช้หนี้ที่เอาที่ไปจำนอง จำนำอีก จึงอยากวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามตัว 18 มงกุฎมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยของประชาชนด้วย



