ข่าว

"อธิบดีอัยการตปท."พร้อม 100%  รับเณรคำ กลับมาดำเนินคดี

"อธิบดีอัยการตปท."พร้อม 100% รับเณรคำ กลับมาดำเนินคดี

16 ก.ค. 2560

"อธิบดีอัยการตปท." แจงขั้นตอน รอรับอดีตพระเณรคำ กลับมาดำเนินคดี ยัน พร้อม 100% ชี้ หากพ้นอุทธรณ์พากลับ เตรียมสอบคำให้การ ก่อนส่งฟ้องศาลคดีพรากผู้เยาว์ทันที

 

          16 ก.ค.60 -นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ กล่าวขั้นตอนทางกฎหมายของการรับตัวนายวิรพล สุขผล อายุ 38 ปี อดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรือพระเณรคำ อดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ จากการขอส่งผู้ร้ายข้ามเเดนจากประเทศสหรัฐอเมริกา ข้อหาพรากผู้เยาว์ กระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ว่า หลังจากชั้นแรกศาลแคลิฟฟอร์เนียมีคำสั่งให้ส่งตัวนายวิรพล เป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในไทย ทางการสหรัฐฯ ก็รีบแจ้งให้ทางการไทยทราบ และให้ทางเราส่งเจ้าหน้าที่ไปคอยรับตัวนายวิรพล ทันทีเพื่อความพร้อมในทุกๆด้านทั้งการจัดเตรียมเอกสารต่างๆ โดยเฉพาะการเข้าเมืองต้องผ่านด่านตม.การจองตั๋วเครื่องบิน ซึ่งตนได้ส่งพนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ 3 คนและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จำนวนหนึ่งเดินทางไปสหรัฐฯ 

          "เรามีความพร้อม 100%ในการรับตัวนายวิรพล ทั้งนี้ต้องติดตามดูว่านายวิรพลจะยื่นอุทธรณ์ คำสั่งของศาลแคลิฟฟอร์เนียหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา นายวิรพล ต่อสู้คดีเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามแดนมาตลอด หากนายวิรพลยื่นอุทธรณ์ เราก็พร้อมจะคัดค้าน ซึ่งศาลสูงสหรัฐฯคงต้องใช้เวลาพิจารณาระยะหนึ่ง แต่ฝ่ายเราได้เปรียบทางคดีตรงที่ศาลแคลิฟฟอร์เนียซึ่งเป็นศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งนายวิรพล กลับมาดำเนินคดีในไทย" นายอำนาจ กล่าว

          นายอำนาจ ยังกล่าวถึงขั้นตอนหากได้รับตัวกลับมาด้วยว่า หากได้รับตัวกลับมา เมื่อมาถึงประเทศไทยก็ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองแล้วพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)จะรับตัวนายวิรพลไปสอบสวนว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ พร้อมกับทำประวัติอาชญากร ก่อนจะคุมตัวส่งให้พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ รวบรวมผลการสอบสวนครั้งสุดท้ายประกอบคำฟ้องที่เตรียมไว้แล้วยื่นฟ้องต่อศาลอาญาได้ในทันที

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีเณรคำนอกจากคดีอาญาที่ถูกกล่าวหาแล้ว ยังถูกอัยการคดีพิเศษ3 เป็นโจทก์ฟ้องขอให้ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ทรัพย์สินหลายรายการของนายวิรพลและพวกที่มีชื่อในทรัพย์สินรวม 8 คน มูลค่ากว่า 40 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดินด้วย ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ.2542 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบพยานของศาลแพ่ง.