ในหลวง ร.9 ทรงเป็นต้นแบบในทุกๆ ด้านสำหรับประชาชน
วันนี้เจ้าหน้าที่เปิดประตูพระบรมมหาราชวังเวลา 05.00 น.ให้พสกนิกรที่แต่งกายด้วยชุดสีดำสุภาพ ทะยอยเดินทางมาแต่เช้าตรู่อย่างหนาตา
วันที่ 16 กรกฎาคม บรรยากาศการเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพของประชาชนในวันหยุดสุดสัปดาห์ วันนี้เจ้าหน้าที่เปิดประตูพระบรมมหาราชวังเวลา 05.00 น.ให้พสกนิกรจากทั่วสารทิศที่แต่งกายด้วยชุดสีดำสุภาพ ทะยอยเดินทางมาแต่เช้าตรู่อย่างหนาตาเพื่อเข้าแถวรอขึ้นกราบพระบรมศพท่ามกลางสภาพอากาศค่อนข้างอบอ้าวตลอดทั้งวัน
นายสุวิทย์ ตาแก้ว อายุ 44 ปี ชาวพระนครศรีอยุธยา อาชีพพนักงานบริษัท เดินทางมาพร้อมภรรยา นางจุรีรัตน์ ตาแก้ว อายุ 45 ปี และลูกๆ น.ส.สุชาดา ตาแก้ว อายุ 15 ปี และ ด.ช.กฤติพงศ์ ตาแก้ว 12 ปี เจ้าตัวกล่าวว่า เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่มีโอกาสมากราบสักการะพระบรมศพ ครั้งแรกมากับบริษัทที่เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศล วันนี้อยากพาครอบครัวมากราบเพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิตและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 ที่ทรงทุ่มเทพระวรกายคิดค้นและปัญหาต่างๆ ให้คนไทย
"ออกจากบ้านตอนตี 4 นั่งรถไฟมาลงที่หัวลำโพง แล้วต่อรถเมล์บริการฟรีมาถึงสนามหลวงเข้าคิวรอตอน 6 โมงเช้าและได้เข้ากราบเวลา 9 โมงครึ่ง เห็นคนมากันเข้าแถวยาวเหยียดก็ปลื้มใจที่คนไทยรักในหลวง ร.9 พอเข้าไปในพระที่นั่งดุสิตฯ ได้กราบอยู่เบื้องหน้าพระบรมโกศรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ในหลวง ร.9 ทรงเป็นผู้ชี้ทางชีวิตให้ เป็นผู้นำแนวคิดเรื่องการทำความดี จะเรียกว่าพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในทุกๆ เรื่องก็ได้ ท่านทำงานหนักมาก ที่พระนครศรีอยุธยามีโครงการตามแนวพระราชดำริ อย่างทุ่งมะขามหย่อง ทรงให้ขุดไว้เป็นแก้มลิง หลายปีก่อนเสด็จพระราชดำเนินมาที่นี่ ใจจริงอยากเข้าไปรับเสด็จใกล้ แต่เข้าไม่ถึงเพราะคนมากันเยอะ แก้มลิงทุ่งมะขามหย่องนี้ สร้างประโยชน์อย่างมากมายให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบ เพราะฤดูน้ำหลากจะทำหน้าที่รับน้ำทำให้น้ำไม่ท่วม พอถึงหน้าแล้งก็สามารถนำน้ำมาอุปโภคบริโภคได้ รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจด้วย อีกไม่นานก็ใกล้วันถวายพระเพลิงพระบรมศพ ไม่อยากให้ถึงวันนั้นเลย อยากมาร่วมงานเป็นครั้งสุดท้าย แต่รู้ว่าคนคงมากันเยอะ เลยคิดว่าอาจจะนั่งชมถ่ายทอดพระราชพิธีอยู่ที่บ้าน แล้วน้อมรำลึกถึงพระองค์ไปพร้อมกัน" นายสุวิทย์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ด้าน น.ส.สุนิศา ลั่นซ้าย อายุ 32 ปี ชาวนครศรีธรรมราช อาชีพธุรกิจส่วนตัว เดินทางมาพร้อมลูกๆ เพื่อเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เผยว่า มีความตั้งใจนานแล้วที่จะต้องเข้ากราบพระบรมศพให้ได้สักครั้งในชีวิต ในวันนี้มีโอกาสจึงเดินทางมาพร้อมลูกสาวและลูกชาย จะเล่าให้ลูกๆ ฟังเสมอว่าในหลวง ร.9 ทรงทำเพื่อพสกนิกรชาวไทยมาตลอดการครองราชย์ของพระองค์ท่าน เมื่อลูกๆได้ยินเช่นนั้นก็อยากที่จะมาเข้ากราบพระบรมศพด้วย ส่วนตัวมีความตื้นตันใจมากที่ได้เข้ากราบสักการะ
"ภาคภูมิใจที่ได้เกิดในช่วงสมัยรัชกาลที่ 9 ซึ่งมักจะสอนให้ลูกๆ ตั้งใจเรียน เป็นเด็กดี และให้นำหลักคำสอนของพระองค์ท่านมาเป็นแบบอย่าง นับเป็นบุญของคนไทยที่มีพระมหากษัตริย์ที่มีพระอัจฉริยภาพในการพัฒนาประเทศทุกๆด้าน เช่น การช่วยเหลือเกษตรกร การพลิกฟื้นแผ่นดินที่แห้งแล้งให้สามารถปลูกพืชผักมาขายดำรงชีพได้ การบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาส่งเสริมอาชีพต่างๆ โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง พระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระองค์ท่านที่ก่อให้เกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลายพันโครงการ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้" น.ส.สุนิศา เผยด้วยความซาบซึ้งใจ
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 15 ก.ค. หลังปิดการขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.00 น.มีจำนวนทั้งสิ้น 33,783 คน รวม 255 วัน มียอดสะสม 8,418,210 คน และมียอดเงินโดยเสด็จพระราชกุศลรวมทั้งสิ้น 646,111,409.26 บาท



