
ผลชันสูตรยังไม่ชี้ชัด"น้องปอยตายเพราะดัดฟัน
พ่อแม่เศร้ารับศพ น้องปอย นร.หญิง ม.3 มาประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว ผลชันสูตรเบื้องต้นชี้สาเหตุการตายจากระบบหายใจและการไหลเวียนของโลหิตล้มเหลว ส่วนผลการชันสูตรอย่างละเอียดต้องรออีก 45 วัน พ่อแม่ยังทำใจไม่ได้ยืนยันลูกสาวเป็นคนแข็งแรงดี
กรณีนายสมศรี ปิลอง อายุ 39 ปี และนางแพงศรี ปิลอง อายุ 38 ปี อาชีพพนักงานโรงแรมในเมืองพัทยา อยู่บ้านเลขที่ 570/181 ซอยนาเกลือ 23 ถ.พัทยา-นาเกลือ ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.จีรศักดิ์ แอบแฝง ร้อยเวรสอบสวน สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 15 ก.ย. เพราะติดใจในการเสียชีวิตของบุตรสาวชื่อ ด.ญ.ศิริลักษณ์ ปิลอง หรือปอย อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนโพธิสัมพันธ์พิทยาคาร และสงสัยว่าสาเหตุการตายอาจจะมาจากการที่ลูกสาวไปใส่เหล็กจัดฟันแฟชั่น ตามที่ผู้สื่อข่าวได้รายงานไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 ก.ย. 2552 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก ร.ต.ท.จีรศักดิ์ แอบแฝง ร้อยเวร สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี จากการสันนิษฐานของแพทย์แล้วคาดว่า ด.ญ.ศิริลักษณ์ หรือน้องปอย น่าจะเสียชีวิตตั้งแต่อยู่บ้านพักภายในซอยนาเกลือ 23 ซึ่งอยู่ในเขตความรับผิดชอบของ สภ.เมืองพัทยา หากพ่อแม่เด็กยังติดใจในการตาย และต้องการจะแจ้งความจะต้องไปร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองพัทยา ส่วนหน้าที่ของตนทำได้เพียงไปตรวจสอบสภาพศพ เพราะญาติได้นำส่ง รพ.บางละมุง ซึ่งอยู่ในเขตสอบสวน สภ.บางละมุง ซึ่งสาเหตุการตายแพทย์ยังไม่ระบุแน่ชัด จึงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะส่งศพผ่าพิสูจน์ที่ รพ.ตำรวจ ตามระเบียบราชการ
ต่อมานายสมศรี และนางแพงศรี ปิลอง พ่อ-แม่ พร้อมด้วยบรรดาญาติๆ ได้เดินทางไปรับศพน้องปอยที่ รพ.ตำรวจ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าสลด หลายคนยังทำใจไม่ได้กับการตายของน้องปอย
นางแพงศรี เปิดเผยว่า ปกติลูกสาวเป็นแข็งแรง ร่าเริง และไม่เคยป่วยกระเสาะกระแสะ โดยเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 14 ก.ย. หลังจากสอบเสร็จก็ได้กลับบ้านตามเวลา และทำกับข้าวน้องกินตามปกติ กระทั่งเวลาประมาณ 5 ทุ่มเศษๆ ก่อนที่บุตรสาวจะเข้านอนยังเข้ามากอดตนและหอมแก้มด้วยความรัก พอรุ่งเช้าตนได้ไปปลุกเพื่อไปโรงเรียนเพราะมีสอบ แต่บุตรสาวซึ่งนอนอยู่บนเตียงในลักษณะคว่ำหน้ากลับไม่ส่งเสียงตอบรับ พอไปดูใกล้ๆ พบว่าร่างกายซีดเซียวและลมหายใจแผ่วเบา จึงตะโกนขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านช่วยกันนำส่ง รพ.บางละมุง แต่ก็มาเสียชีวิตระหว่างทางดังกล่าว
นางแพงศรี ยังเผยอีกว่า ส่วนการที่บุตรสาวอยากไปใส่เหล็กดัดฟันแฟชั่นนั้น เรื่องนี้ตนได้ตักเตือนมาโดยตลอด แต่ก็ยังแอบไปทำที่ตลาดนัดแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา เมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน กระทั่งบุตรสาวมาจากไปอย่างปริศนาดังกล่าว ขณะที่ผลการตรวจหาเชื้อโรคในกระแสเลือดนั้น ตนได้สอบถามไปยัง ร.พ.บางละมุง แล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ
ขณะที่ผลการชันสูตรศพทาง พ.ต.ต.น.พ.ปิยะพงษ์ สาครเย็น สว.(สบ2) กลุ่มงานตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล งานนิติพยาธิ สถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ ออกมาเปิดเผยว่า เบื้องต้นสันนิษฐานสาเหตุของการตายว่าน่าจะมาจากระบบหายใจและการไหลเวียนของโลหิตล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ผลการชันสูตรอย่างละเอียดคงต้องรออีก 45 วันจึงจะทราบว่าภายในร่างกายมีสารโลหะหนักตกค้างอยู่หรือไม่ ส่วนผลเลือดไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะเสียชีวิตเป็นเวลานานจนเลือดแข็งตัวแล้ว
ด้าน ร.อ.ธนนท์ บุญทวีวรเดช รอง ผอ.ฝ่ายปกครอง ร.ร.โพธิสัมพันธ์พิทยาคาร กล่าวว่า ทางโรงเรียนเองได้ออกตรวจสอบกลุ่มนักเรียนทั้งชาย-หญิง ที่ปัจจุบันนิยมแห่กันไปใส่เหล็กจัดฟันแฟชั่นที่ไม่ได้มาตรฐานมาอย่างต่อเนื่อง หากพบก็จะแจ้งเจ้าตัวมาเข้าพบอาจารย์ฝ่ายปกครอง พร้อมทั้งโทรศัพท์แจ้งผู้ปกครองให้ทราบเพื่อให้เด็กนั้นไปเอาออก อย่างกรณีของน้องปอยนั้นอาจจะเล็ดลอดไปเนื่องจากตรวจไม่พบ จากการตรวจสอบประวัติของน้องปอย ตั้งแต่ ม.1 พบว่ามักจะเป็นเด็กเงียบๆ ชอบคบหาอยู่กับเพื่อนต่างห้อง ไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนชั้นเดียวกันนัก
รอง ผอ. กล่าวอีกว่า ขณะนี้เองทางโรงเรียนยังตรวจสอบพบกลุ่มนักเรียนที่ไปแอบใส่คอนแท็กเลนท์แฟชั่นที่ทำให้ตาโตขึ้น ซึ่งได้เตือนไปแล้ว และอยากฝากเตือนพ่อ-แม่ผู้ปกครองของนักเรียนให้ช่วยทางโรงเรียนดูแล ลูก-หลานของท่านด้วยหากพบ ลูก-หลานไปจัดฟันแฟชั่นหรือไปใส่คอนแท็กเลนส์ที่กำลังฮิตอยู่ในขณะนี้ก็ให้ไปเอาออก อย่างเหตุการณ์ของน้องปอย นักเรียนชั้น ม.3/6 รายนี้ ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเสียชีวิตจากสาเหตุใด แต่ทางโรงเรียนก็ได้แจ้งเตือนแก่นักเรียนทั้งหมดไปแล้วและเมื่อช่วงเช้าก็จัดยืนไว้อาลัยแก่ น้องปอย ที่เสียชีวิตด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากพ่อและแม่ได้นำศพ ด.ญ.ศิริลักษณ์ หรือน้องปอย กลับมาบำเพ็ญกุศลที่วัดโพธิสัมพันธ์ และได้จัดพิธีรดน้ำศพ โดยมีบรรดาคณะครูอาจารย์ และเพื่อนนักเรียนต่างพากันเข้ารดน้ำศพ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าสลด เสียใจ
ขณะเดียวกัน ด.ญ. มณีรัตน์ พูลสาร เพื่อนนักเรียน เปิดเผยว่า เมื่อ 2 เดือนก่อน หลังจากเลิกเรียนผู้ตายได้ชักชวนพากันไปดัดฟันแฟชั้นในตลาดนักการเคหะชุมชนเมืองพัทยา ถ.เทพประสิทธิ์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง โดยเจ้าของร้านซึ่งมีลักษณะเป็นกระเทย ได้ทำการใส่เหล็กดัดฟัน ซึ่งเวลาประมาณ .3 นาที เสียค่าใช้จ่าย 1,300 บาท และก่อนหน้าที่จะเสียชีวิตประมาณ 1 สัปดาห์ ผู้ตายเริ่มมักจะบ่นกับเพื่อนว่ามีอาการปวดศีรษะ และเสียชีวิตในที่สุด
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังร้านดัดฟันแฟชั่น ซึ่งอยู่ในตลาดนัดการเคหะชุมชนเมืองพัทยา พบว่าผู้ให้เช่าได้แบ่งเป็นล็อคๆ คลุมด้วยผ้าใบ แต่เมื่อไปเดินทางไปถึงพบว่าร้านดัดฟันที่ถูกระบุว่าผู้ตายมาดัดฟันที่นี่ ได้ปิดร้านแล้ว โดยคาดว่าเจ้าของร้านเกรงกลัวความผิดดังกล่าว



