
เปิดภารกิจอภิสิทธิ์ร่วมประชุมยูเอ็นที่สหรัฐ
(16ก.ย.) ทำเนียบเว็บไซต์ www.thaigov.go.th <http://www.thaigov.go.th/>รายงานว่า ภารกิจของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 64 ณ นครนิวยอร์ก และการประชุม Pittsburgh Summit ณ นครพิตส์เบิร์ก ระหว่างวันที่ 21-27 กันยายนโดยนายกรัฐมนตรีมี 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ 1. การเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก 2.การประชุม Pittburgh Summit ณ นครพิตส์เบิร์ก 3.กิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นประเทศไทย ณ นครนิวยอร์ก
โดยการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาตินั้นนายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเข้าร่วม 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การประชุมระดับสูงว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ High-Level Meeting on Climate Change และการประชุม Interactive Roundtable Session : High-Level Meeting on Climate Change (Summit on Climate Change) ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและแสดงวิสัยทัศน์ของไทยในเรื่องนี้ พร้อมกับเน้นย้ำบทบาทของไทยในการดำเนินการเพื่อลดปัญหาดังกล่าว
การเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 64 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ และรับฟังสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และการกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติของนายกรัฐมนตรี ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2552 ซึ่งในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะแสดงวิสัยทัศน์ของผู้นำไทยในเวทีโลก ในประเด็นต่างๆ วิกฤตเศรษฐกิจโลก บทบาทไทยในฐานะประธานอาเซียน รวมทั้งสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจภายในประเทศของไทย รวมทั้ง การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เพื่อให้เกิดการเติบโตที่สมดุลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยในเวทีโลก
ส่วนการประชุม Pittburgh Summit ณ นครพิตส์เบิร์ก ในวันที่ 24-25 กันยายนนั้น ในวันที่ 24กันยายน นายอภิสิทธิ์ มีกำหนดการเดินทางจากนครนิวยอร์ก ไปยังเมืองพิทส์เบิร์ก เพื่อเข้าร่วมประชุม G20 ในฐานะประธานอาเซียน เพื่อร่วมแสดงทัศนะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของอาเซียน โดยเฉพาะการดำเนินการหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจ โดยประเด็นที่จะมีการหารือกันในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งนายกรัฐมนตรีในฐานะตัวแทนอาเซียนจะหยิบยกการดำเนินการของอาเซียนเพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจ รวมทั้งน่าจะมีการระดมความคิดเห็นว่า ยังจำเป็นต้องคงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไว้หรือไม่ นอกจากนี้ จะมีการหารือถึงมาตรการเพื่อป้องกันการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจรอบใหม่ รวมทั้ง การปฏิรูปสถาบันการเงินระหว่างประเทศ และประเด็นที่อยู่ในความสนใจของโลก อาทิ ความมั่นคงทางอาหาร ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี อยากเห็นตัวแทนประเทศกลุ่มกำลังพัฒนา มีส่วนร่วมในเวทีระดับนานาชาติเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการเงินมากขึ้นด้วย
ส่วน กิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นประเทศไทย ณ นครนิวยอร์ค วันที่ 21-23กันยายน ซึ่งประกอบไปด้วย 9 กิจกรรม และ 6 หน่วยงาน (กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สสปน) เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศไทยให้แก่นักลงทุนและนักธุรกิจที่มาลงทุนในไทยอยู่แล้วและที่มีแผนจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย พร้อมกับให้ความเชื่อมั่นทางการเมือง ซึ่งกิจกรรมที่สำคัญ อาทิ พบหารือกับบริษัทการเงิน (financial investors) ผู้จัดการกองทุน (fund managers) ผู้บริหารของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) และบริษัทนำเข้ารายใหญ่ (traders) ของสหรัฐฯในสาขาธุรกิจแฟชั่น อัญมณี อาหาร เครื่องนุ่งห่มและเฟอร์นิเจอร์ สมาชิก USABC (US-ASEAN Business Council) รวมทั้งพบหารือกับ Meeting Planners ของสหรัฐอเมริการายใหญ่ เพื่อส่งเสริมธุรกิจการจัดการประชุมและนิทรรศการและการท่องเที่ยวในประเทศไทย



