"ช้างศึก" พัฒนาขึ้นเยอะ
"ช้างศึก" มีการเปลี่ยนมากขึ้นในยุค "มิโลวาน ราเยวัช"
“โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ประธานพัฒนาเทคนิค สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย แสดงความเห็นหลังจากที่ทีมชาติไทยสามารถเอาชนะ “โสมแดง” เกาหลีเหนือ 3-0 ในศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 45 ว่า สิ่งที่เห็นความเปลี่ยนแปลง คือ จากเกมก่อนที่ เสมอ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ “ยูเออี” 1-1 นั้น ตนได้พูดคุยกับ มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยว่า เกมนั้นไทยครองบอลน้อย ปล่อยให้คู่แข่งครองบอลมากเกินไป
“แต่เกมนี้มันเปลี่ยนไป เราขึ้นไปบุกกดดันมากขึ้น ได้บอลมาครอบครองไว ทำให้เกิดจังหวะโต้กลับขึ้น ซึ่งเป็นการพัฒนาการเล่นที่สวยงามขึ้น"
ประธานเทคนิคลูกหนังไทย กล่าวต่อว่า ประโยชน์จากการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพครั้งนี้ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสิ่งที่ราเยวัชต้องการให้นักเตะทำ และนักเตะสามารถทำได้ สิ่งสำคัญคือผู้เล่นจะต้องทำความเข้าใจกับแท็คติกที่ราเยวัชสอนให้ เพราะโค้ชจากต่างประเทศอาจจะไม่ได้อยู่กับทีมตลอด ดังนั้นเมื่อตอนที่อยู่ จะต้องเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด โค้ชต้องการให้เล่นแบบใด แล้วตัวนักเตะสามารถเล่นได้ แบบที่ไม่ใช่ความบังเอิญ
“เกมครึ่งหลังกับเกาหลีเหนือราเยวัชเน้นเกมโต้กลับ แล้วมันก็ออกมาสวยงาม ซึ่งจะดีที่สุดหากทุกคนเข้าใจแท็คติกที่สอนมา และทำให้มันเกิดขึ้นมาแบบไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นเพราะทุกคนเข้าใจในแท็คติกที่ราเชวัชสอนให้ รวมไปถึงการเปลี่ยนทัศนคติการเล่น ว่าเราสามารถเอาชนะได้ทุกทีม"
โค้ชเฮง กล่าวเสริมว่า ต้องชื่นชมการทำงานของราเยวัช เพราะเขามีเวลาไม่นาน แต่ก็สามารถสอนให้กับนักเตะเข้าใจในแท็คติกที่ตัวเองต้องการได้ ที่ผ่านมาตนมักจะพูดเสมอว่าเรื่องของแท็คติกใช้เวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้น โดยเฉพาะนักเตะทีมชาติ ซึ่งครั้งนี้พวกเขาทำได้
“นักเตะไทยจะต้องมีเซนส์ จะเล่นอย่างไรให้ได้ตามที่สอนมา เมื่อมาบวกกับการเปลี่ยนทัศนคติเล่นแบบไม่กลัวใคร มันก็จะทำให้ทีมชาติไทยพัฒนาขึ้นมา รูปแบบการเล่นจะเปลี่ยนไป และสามารถแข่งกับใครก็ได้ สิ่งเหล่านี้ถ้าเกิดขึ้นจึงจะสมกับการจ้างโค้ชแพงๆ เข้ามาทำงานให้ทีมชาติไทย"



